HoonSmart.com>>”ธนาคารกรุงศรีฯ” คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.00-33.70 ตลาดให้ความสนใจข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมิ.ย.ของสหรัฐฯ-การแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.32 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.16-33.54 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 14 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยนและยูโร
ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังประธานาธิบดี ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว สร้างความปั่นป่วนอีกครั้งให้กับบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯพุ่งขึ้นตามราคาพลังงาน อย่างไรก็ดี ในภายหลังตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวขึ้น ขณะที่การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบเริ่มชะลอลง โดยรวมแล้ว ตลาดการเงินดูเหมือนจะกังวลน้อยลงต่อความเสี่ยงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรง แม้ว่าจะไม่สามารถตัดความเสี่ยงของการกลับมาปะทะกันระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านได้ทั้งหมด แต่ตลาดพยายามปรับตัวและรับมือกับข่าวสารด้านภูมิรัฐศาสตร์จากภูมิภาคดังกล่าวได้มากขึ้น
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 15,731 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตรสุทธิ 22,728 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯและการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)
ทางด้านเงินเยนได้แรงหนุนหลังกระทรวงการคลังญี่ปุ่นจะให้กองทุนบำเหน็จบำนาญต่างๆ เพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินในประเทศญี่ปุ่น ความเห็นดังกล่าวเป็นพัฒนาการที่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลกระทบต่อตลาดการเงินในระยะสั้น การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายลักษณะนี้ต้องใช้เวลาในการส่งผ่านสู่พฤติกรรมการลงทุนจริง
ประเด็นหลักในช่วงนี้จึงยังคงอยู่ที่มุมมองของตลาดที่มีต่อทิศทางนโยบายการเงินของทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่น
สำหรับปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนมิถุนายนของไทยเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดที่ 2.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ที่ 1-3% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาพลังงานและอาหารสดอยู่ที่ 1.23% สูงเกินคาด ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1.5-2.5%
ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าวว่าดอกเบี้ยนโยบายจะสูงขึ้นก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติและขยายตัวได้ใกล้ศักยภาพที่อย่างน้อย 2.7% เป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยระบุว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และยังไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย
