HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนีวันนี้ 1,610 – 1,615 จุด แนวต้าน 1,630 จุด คาด SET โอกาสชะลอตัว ระหว่างรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเริ่มเข้าสู่ช่วงการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคาร คาดทรงตัว YoY, QoQ ด้าน “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ปิดบวก หุ้นเด่น BBIK, SSP

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,610 – 1,615 จุด แนวต้าน 1,630 จุด คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวระหว่างรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเริ่มเข้าสู่ช่วงการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคารซึ่งคาดมีโอกาสทรงตัว YoY, QoQ แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จาก มาตรการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน เช่น GULF,GPSC,BGRIM กลุ่มติดตั้ง Solar Roof Top เช่น GUNKUL,SINGER /กลุ่ม EV Car เช่น KGEN,MGC,ASAP,NEX,EA และกลุ่มไฟแนนท์ EV Car เช่น TISCO,KKP,TTB,TCAP/ เก็งกำไรกลุ่มพลังงาน เช่น PTTEP,PTT,BCP,SPRC
สัปดาห์นี้วันอังคารติดตาม TISCO จะรายงานกำไร Q2/69 คาดที่ 1,740 ล้านบาท +0.2% QoQ, +5.7% YoY
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐวันศุกร์ปิดบวก DJIA +0.29%, S&P500 +0.42%, Nasdaq +0.29% ได้แรงหนุนจากกลุ่มวัสดุ +1.1%, บริการสื่อสาร +0.9% หลัง ADRs ของ SK Hynix เข้าซื้อขายวันแรก +12.7% จากราคา IPO ปิดที่ 168.01 เหรียญสหรัฐ/หุ้น ส่งผลบวกไปยังหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปรายอื่นด้วย เช่น Sandisk, Western Digital
นักลงทุนรอการรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน S&P500 ซึ่ง LSEG คาด +24% YoY ประเด็นที่ต้องติดตามวันอังคาร US CPI มิ.ย., 14 – 15 ก.ค.ถ้อยแถลงนโยบายการเงินของ ปธ.เฟด ต่อสภาคองเกรส และอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังเกิดการยังโจมตีกันระหว่างสหรัฐ – อิ่หร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
หุ้นแนะนำ BBIK* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 25.25 บาท) ผลการดำเนินงาน 1Q69 บริษัทมีกำไร 81 ล้านบาท -36%QoQ, +13%YoY โดย QoQ ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล แต่ YoY เติบโตได้จากรายได้ที่ขยายตัว 7%YoY ส่วนใหญ่จากรายได้ ERP รวมถึง GPM ที่ดีขึ้น ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 69 โต 20%YoY ขณะที่ Backlog สิ้น 1Q69 ที่ 803 ล้านบาท (ถ้ารวม JV อยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท) แนวโน้ม 2Q69 และในช่วงที่เหลือของปีรายได้เร่งตัวขึ้นตามความต้องการด้าน AI และธุรกิจการเงิน (virtual banking) อิงจาก consensus คาดกำไรปี 69 ที่ 380 ล้านบาท +11%YoY และปี 70 ที่ 420 ล้านบาท +11%YoY valuation ไม่แพง PER < 10 เท่า
หุ้น SSP* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 4.90 บาท) จากการ Company Visit เมื่อวันที่ 10 ก.ค.69 ที่ผ่านมา เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SSP* ซึ่งเป็นหุ้นที่มีธุรกิจเข้ากับ Mega Theme อย่าง พลังงานสะอาด และ Demand การใช้ไฟฟ้าที่สูงจาก AI / Data Center ขณะที่กำลังผลิตของ SSP* เข้าสู่ของเฟสการขยายอีกครั้ง โดย ภาพระยะสั้น ปีนี้ คาดว่า SSP* จะมีแรงหนุนจาก 1.โรงไฟฟ้า LEO 2 ที่ COD มาช่วงปลายปี 68 2.คาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าขยะอีก 2 โรง(19.8 MW) ในช่วง 4Q69 และ 3.กำไรพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้า Yamaga ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาใน 2Q69
ส่วนในช่วงถัดไป ปี70 คาดว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญของ SSP* จากแผน COD โรงไฟฟ้าใหม่ที่จะส่งผลให้ Installed Capacityขึ้นมาอยู่ที่ 663 MW(จาก 367 MW ณ สิ้นปี68/ 387 MW ที่คาดในปี69) หลักๆมาจากโครงการ Bogo ในฟิลิปปินส์ ที่ 150 MW ด้านปัจจัยบวกอื่นนอกเหนือจากกำลังผลิตที่สูงขึ้น
"เรามองว่า SSP* มีจุดเด่นในการหางานต่างประเทศ รวมถึงจะได้ประโยชน์จาก Scale ที่ใหญ่ขึ้นส่งผลให้ช่องทางในการกู้ยืมมากขึ้นส่งผลให้ Effective Interest Rate มีโอกาสลดลง ขณะที่ IBD/E ณ สิ้น 1Q69 อยู่ที่ 1.98x จาก Debt Covenant ที่ 3x ดังนั้น SSP* จึงยังมีความสามารถในการกู้ยืมเพื่อลงทุนโครงการใหม่ๆในระดับที่ดี "บล.คิงส์ฟอร์ด ระบุ
ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของSSP* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 996 ล้านบาท (+77%YoY) และ 821 ล้านบาท (-18%YoY จากปี69 ที่คาดว่าจะมีกำไรพิเศษ) ตามลำดับ ในเชิงพื้นฐาน ยังดูน่าสนใจ จาก Forward 69-70F PE ที่ 6x, PBV ที่ 0.6x และ Dividend Yield ที่ 5%
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

