HoonSmart.com >>5 ขุนพลตลาดทุนประสานเสียงปรับเป้า SET Index ไปไกลถึง 1,720 – 1,730 จุดภายในปีนี้ ชูจุดแข็งชัยภูมิเด่น-อานิสงส์ดาต้าเซ็นเตอร์ ดูดทุนยาวเข้า แนะนำ 11 หุ้นใหญ่ปันผลสูง ROE ดี ในกลุ่มแบงก์-โรงไฟฟ้า-อสังหาฯ ควบคู่รักษาวินัยการจัดพอร์ต คัดกรองหุ้น ตัดขาดทุนอย่างเป็นระบบ อย่าลืมต้องมีเงินสดติดตัว
งานสัมมนา SET Zooom in Live ตั้งวงเล่าชาวลงทุน ครั้งที่ 2 จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 หัวข้อช่วงเช้า “รุ่นเก๋าวิเคราะห์ เจาะเกมหุ้น” พบตลาดหุ้นไทย (SET Index) กำลังส่งสัญญาณฟื้นตัวครั้งสำคัญและกลับเข้าสู่เรดาร์ของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง โดย 5 นักนักกลยุทธ์การลงทุนระดับแถวหน้าของประเทศสะท้อนมุมมองเชิงบวก
เป้า SET Index 1,720 – 1,730 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล. เอเซีย พลัส (ASP) ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยขึ้นสู่นิวไฮที่ระดับ 1,720 – 1,730 จุด โดยคำนวณจากกำไรต่อหุ้นของตลาด (Market EPS) ที่ประมาณ 95 บาท และระดับความเสี่ยงของตลาดที่ลดลง (Risk Premium) ซึ่งจะหนุนให้ตลาดสามารถซื้อขายบนระดับ Forward P/E ที่สูงขึ้นประมาณ 18 เท่า
นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ ที่ปรึกษาการลงทุน / Senior Executive Vice President บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เจ้าของเพจ “แมงเม่าสำราญ”, แสดงความเชื่อมั่นว่าดัชนีที่ระดับ 1,700 จุดจะเกิดขึ้นแน่นอนภายในปีนี้ ส่วนเป้าหมายถัดไปที่ 1,800 หรือ 1,900 จุดนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ขึ้นอยู่กับเรื่องของเวลาเท่านั้น
นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารสูงสุด สายงานธุรกิจหลักทรัพย์รายบุคคล บล. กรุงศรี ให้ข้อสังเกตว่าตลาดมีโมเมนตัมเชิงบวกจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) และคาดว่าหลังจากการประกาศงบการเงินไตรมาส 2 สิ้นสุดลง นักวิเคราะห์ในตลาดจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีขึ้นตามทิศทางกำไรของบริษัทจดทะเบียน
นายสุกิจ อุดมศิริกุล Executive director บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX)ประเมินว่าดัชนียังได้แรงหนุนจากโมเมนตัมตลาดหุ้นโลก แม้หุ้นไทยจะมีความกระจุกตัวในบางกลุ่ม แต่โครงสร้างตลาดจะเกิดการสลับกลุ่มเล่นไปเรื่อย ๆ ช่วยประคองดัชนีให้ไปต่อได้
ทุนต่างชาติมาจริง-อยู่ยาว!
นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ มั่นใจว่าเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามารอบนี้มีเสถียรภาพระยะยาว โดยจะเน้นน้ำหนักไปที่หุ้นกลุ่มขนาดใหญ่ (Big Cap) เป็นหลัก ในขณะที่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กอาจเป็นเพียงจังหวะที่ผู้เล่นรายใหญ่ลากราคาเพื่อระบายของออก
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ชี้ว่าเสน่ห์ของไทยคืออัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำที่สุดในภูมิภาค และโครงสร้างตลาดที่มีหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) สูงกว่า 30% ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลบภัยที่ดึงดูด Fund Flow ได้ดีในช่วงที่เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
นายกวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตการลงทุน บล. พาย เน้นย้ำว่าไทยเริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนโลกด้วยข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ไม่ติดข้อจำกัดเรื่องช่องแคบมะละกา ทำให้อาจกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ขนส่งสินค้าทดแทนหากช่องแคบปิดลง รวมถึงมีความพร้อมด้านทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าที่ดึงดูดทุนข้ามชาติให้ย้ายฐาน Data Center มาไทย
กลยุทธลงทุนหลังเกษียณกับหุ้นแนะนำ
สำหรับ การวางยุทธศาสตร์การบริหารสินทรัพย์ระยะยาวเพื่อรองรับวัยเกษียณ
นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ แนะนำว่า ผู้ลงทุนในวัยเกษียณควรจำกัดความเสี่ยงด้วยการเลือกสินทรัพย์ที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญมากที่สุด และไม่ควรเปลี่ยนไปสู่สนามการลงทุนที่ไม่คุ้นเคย โดยระบุว่าควรเน้นย้ำการสร้างผลตอบแทนจากระบบการลงทุนที่ตนเองเข้าใจและมีโอกาสชนะสูงสุด ทั้งนี้ สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น หากผู้ลงทุนไม่มีความชำนาญในการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ให้ประยุกต์ใช้ยุทธศาสตร์ “ซื้อหุ้นที่ดีที่สุด ในจังหวะที่แย่ที่สุด” โดยเข้าสะสมหุ้นที่มีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง แนำนำหุ้น SCC และ BBL ในช่วงเวลาที่ตลาดเผชิญกับภาวะตื่นตระหนก
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม แนะนำจัดสรรเงินทุนผ่านตราสารกองทุนรวมและการออมหุ้นแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) เพื่อวัตถุประสงค์ในการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในประเทศ แนะนำให้มุ่งเน้นกลุ่มหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง (High Dividend) ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ BBL, KTB, SCB และกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ได้แก่ AP, SPALI, SC
นายเผดิมภพ สงเคราะห์ แนะนำกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์นอกตลาดทุน (Alternative Assets) อาทิ การลงทุนในที่ดินและธุรกิจนอกตลาด อาทิ ธุรกิจร้านกาแฟ สำหรับพอร์ตการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้โฟกัสการลงทุนผ่านกองทุนรวมในธีมที่มีความแน่นอนและมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยหลีกเลี่ยงการกระจายการลงทุนในกองทุนที่มากเกินไป พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงวินัยในการจำกัดผลขาดทุน (Cut Loss) ในทันทีหากปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลง สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่แนะนำ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มโรงไฟฟ้าชั้นนำ EGCO, RATCH, GULF, BGRIM
นายกวี ชูกิจเกษม เน้นย้ำถึงหลักการพื้นฐานในการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว ต้องอาศัยระเบียบวินัย ความขยัน ความอดทน การประหยัด และการมีความรู้ความเข้าใจในสินทรัพย์ที่เข้าลงทุนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ในมิติของการเลือกหุ้นรายตัว แนะนำกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ในเกณฑ์สูง และมีระดับราคาซื้อขายที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Price-to-Book Value) แนะนำ BBL และ KBANK
ถอดบทเรียนวิกฤต เจ็บแล้วต้องจำ
นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ เปิดเผยถึง “แผลลึก” จากภาวะตลาดตกต่ำอย่างรุนแรงในช่วงเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน (9/11) เมื่อปี 2001 ซึ่งในขณะนั้นดัชนีปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในขณะที่ตนเองมีฐานะถือครองหุ้นอยู่เต็มพอร์ตการลงทุน บทเรียนราคาแพงดังกล่าวส่งผลให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการลงทุน โดยหันมาเน้นกลยุทธ์การแบ่งสัดส่วนเงินทุนเพื่อทยอยเข้าซื้อแทนการทุ่มเงินลงทุนในคราวเดียว พร้อมทั้งเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาสภาพคล่องโดยต้องมีเงินสดสำรองติดพอร์ตไว้เสมอ
นายกวี ชูกิจเกษม เล่าว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 1997 เคยจาดทุนถึง 70% ซึ่งเกิดจากความประมาทในการลงทุนตามกระแสในกลุ่มสถาบันการเงินและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ความผิดพลาดในครั้งนั้นกลายเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนสไตล์การลงทุนไปสู่แนวทางนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor: VI) ตามปรัชญาของ วอร์เรน บัฟเฟตต์
นายเผดิมภพ สงเคราะห์ ยอมรับว่าเคยกำไรจากหุ้นอสังหาฯ หลายเท่าตัวก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่สุดท้ายก็ไม่รอด จึงเรียนรู้การตัดขาดทุน (Cut Loss) ให้เก่ง และใช้สถิติรอบวิกฤตทุก 10-12 ปีในการวางแผนการลงทุน โดยในรอบนี้มองว่ายังลงทุนได้ถึงปี 2030
นายสุกิจ อุดมศิริกุล มองว่าวิกฤตในยุคหลัง (เช่น โควิด) ฟื้นตัวเร็วขึ้นเพราะสภาพคล่องในระบบสูงและคนมีองค์ความรู้มากขึ้น แต่ความกล้าเสี่ยงที่มากขึ้นก็อาจทำให้หุ้นดูแพงเกินจริงได้
AI เปลี่ยนโฉมการเงิน
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ระบุว่า AI กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการรวบรวมและสรุปข้อมูลมหาศาลที่เกินขีดความสามารถมนุษย์
นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ เผยว่าได้นำ ChatGPT, Gemini และ Claude มาใช้หาข้อมูลหุ้นต่างประเทศ และมองว่าเจ้าหน้าที่การตลาด (Marketing) ต้องเร่งปรับตัวเพื่อย่อยข้อมูลสรุปให้ลูกค้า
นายเผดิมภพ สงเคราะห์ ใช้ AI ในการหาข้อมูล แต่จะมุ่งหา “จุดที่คนส่วนใหญ่เชื่อ AI” เพื่อหาโอกาสในการลงทุนสวนทาง (Contrarian) โดยเชื่อว่าศิลปะการลงทุนขั้นสูงยังต้องพึ่งสมองมนุษย์
นายกวี ชูกิจเกษม ได้พัฒนา AI มาช่วยจัดพอร์ตให้ลูกค้าแล้ว โดยมองว่า AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์
สำหรับผู้ที่ต้องการรับชมการวิเคราะห์เชิงลึกและรายละเอียดเพิ่มเติมจากวงเสวนา สามารถรับชมวิดีโอบันทึกภาพย้อนหลังฉบับเต็มได้ที่
Facebook https://www.facebook.com/share/v/1Cz71Cj5vB/
YouTube https://youtube.com/live/DygLUN9OnkM
