HoonSmart.com>> บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET 1,590 – 1,600 จุด แนวต้าน 1,620 – 1,630 จุด คาดได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทค ฯ ในตลาดหุ้นสหรัฐและเอเชียเหนือ ผสานเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้-ปีหน้า ด้าน IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้จาก 1.5% เป็น 1.9% หุ้นแนะนำวันนี้ PRM, CHG

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 – 1,600 จุด แนวต้าน 1,620 – 1,630 จุด คาดได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทค ฯ ในตลาดหุ้นสหรัฐ & เอเชียเหนือ กอปรกับได้ปัจจัยหนุนหลังศาล รธน.วินิจฉัยผ่าน พรก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้า แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จาก มาตรการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน เช่น GULF,GPSC,BGRIM กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง CK,STECON กลุ่มติดตั้ง Solar Roof Top เช่น GUNKUL,SINGER กลุ่ม EV Car เช่น KGEN,MGC,ASAP,NEX,EA และกลุ่มไฟแนนท์ EV Car เช่น TISCO,KKP,TTB,TCAP
ด้าน IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้จากเดิมที่ +1.5% ขึ้นเป็น +1.9% YoY สาเหตุมาจากการลงทุนที่ปรับดีขึ้นตามวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ของโลก จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกไปยังหุ้น Big Cap.ในกลุ่มอิเล็ก ฯ, โรงไฟฟ้า, รับเหมาก่อสร้าง, ธนาคาร ที่คาดจะได้ประโยชน์จากการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนต่างๆ ภาพรวม SET วานนี้ยังได้ปัจจัยจาก Fund Flow จากกองทุน Active Fund ของต่างชาติที่ปรับลดพอร์ตการลงทุนจากกลุ่มเทคโนโลยี เข้าสู่กลุ่ม Value & Dividend Play ของไทยที่เทรดในโซน P/E ไม่สูงมาก
หุ้นแนะนำ PRM* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.40 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโต QoQ, YoY หนุนจาก U-rate ที่ฟื้นตัวของธุรกิจเรือ FSU ตามความต้องการใช้กักเก็บน้ำมัน ประกอบกับกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนเรือที่มีมากกว่าปีก่อน โดยในปี 69 คาดมีเรือใหม่เพิ่ม 2 ลำเป็น 72 ลำ
ทั้งนี้ ในปี 69-70 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 2.3 พันล้านบาท (+5%YoY) และ 2.45 พันล้านบาท (+7%YoY) หนุนจากการการขยายและปรับปรุงกองเรือ รวมถึงจำนวนวันที่เข้าอู่ซ่อมบำรุงน้อยลง valuation ไม่แพง Forward PER 69F 9.4x, Dividend Yield 6%
หุ้น CHG (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 2.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 248 ลบ.( +10%YoY, +10%QoQ) โดยในเชิงรายได้มีปัจจัยหนุนจากรายได้โครงการสวัสดิการภาครัฐฯที่ +8%YoY เป็นผลจากรายได้ UCEP โรคซับซ้อน และ บริการเฉพาะทาง เช่น โรคหัวใจ, มะเร็ง, การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นต้น ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วง 2Q69 เบื้องต้น เราคาดว่าจะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ในภาพ YoY จะสามารถเป็นบวกได้ต่อ โดย 2Q68 มีฐานต่ำจากจำนวนเงินรับจริงต่ำกว่าที่ Accrual ไว้ของ 26 โรคเรื้อรังราว -73 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงช่วงอายุของผู้ประกันตน
นอกจากนี้ คาดว่ารายได้โรคซับซ้อนจะทยอยบวกได้ต่อ YoY ตามที่เห็นใน 1Q69 นอกจากนี้ ในช่วง 4Q69 หรือต้นปี2570 เราคาดว่า SSO มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มอัตราจ่ายในการรักษาสำหรับผู้ป่วยประกันสังคม ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ CHG อยู่ที่ 1,037 ล้านบาท ( +12%YoY ) และ 1,121 ล้านบาท ( +8%YoY ) ตามลำดับ
———————————————————————————————————————————————————–

