HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง เผยหุ้นไทยประกาศศักดาเป็น ‘ตลาดเดียวในภูมิภาค’ ที่ฝรั่งยังซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีเฉียด 500 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความแกร่งแบบ Relative Resilience แนะกลยุทธ์สู้ความผันผวน ดักหุ้นโซนล่าง-ปันผลสูง ขณะที่เอเชียเหนือกระอัก เกาหลีใต้-ไต้หวันแชมป์ต่างชาติทิ้ง
บล.บัวหลวง เจาะลึกFund Flow กระแสเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) สะสมตั้งแต่ต้นปีในตลาดหุ้นเอเชีย หลังจากมีแรงเทขายอย่างรุนแรงในสัปดาห์ล่าสุด ส่งผลให้ภาพรวม Fund Flow ของภูมิภาคตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) อยู่ในสถานะขายสุทธิสะสมรวมสูงถึง 111,894 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเกาหลีใต้เผชิญแรงขายมากที่สุด ถูกต่างชาติขายสุทธิสะสมสูงถึง 87,205 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นสัดส่วนราว 78% ของแรงขายรวมทั้งภูมิภาค)
ไต้หวัน ยอดขายสุทธิสะสม 20,783 ล้านดอลลาร์สหรัฐอินโดนีเซีย ยอดขายสุทธิสะสม 4,141 ล้านดอลลาร์สหรัฐฟิลิปปินส์ ยอดขายสุทธิสะสม 244 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ไทย เป็นเพียงตลาดเดียวในกลุ่มที่ยังรักษาสถานะเงินทุนไหลเข้าสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีไว้ได้ โดยมียอดซื้อสุทธิสะสมอยู่ที่ 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ตลาดหุ้นไทยจะโดนขายในสัปดาห์ล่าสุด แต่การที่ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปียังเป็นบวกอยู่เพียงประเทศเดียว สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบ (Relative Resilience)
แนวโน้มตลาดวันนี้ “หุ้นล่างเริ่มขยับ”ทิศทางหุ้นใหญ่ในตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ฟื้นตัว (Rebound) ขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง แต่หุ้นขนาดล่างก็ไม่ได้นอนนิ่งๆ ราคาหุ้นเริ่มขยับตามจากภาพการหมุนเวียนกลุ่มเล่น (Sectors Rotation) จากระดับกลุ่มไล่มาเป็นรายตัว ตลอดจนแรงซื้อจากกลุ่มบัญชีความเร็วสูง (HFT) ที่เริ่มทำการบ้านและล็อกเป้าหมายหุ้นนอกกระดาน Most Active มากขึ้น สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่เราแนะนำให้เลือกหุ้นกลุ่มที่ราคาอยู่โซนล่างและไม่ได้คาดหวังกำไรไตรมาสนี้ไว้สูงเกินไปเพื่อลดความเสี่ยงจากการผิดหวัง ตลอดจนการหาหุ้นเพื่อดักหน้ากระแส HFT
ในเชิงกลยุทธ์ ยังคงแนะนำให้นักลงทุนเน้นลงทุนแบบ Selective Buy (เลือกซื้อรายตัว) มากกว่าการเพิ่มน้ำหนักตลาดโดยรวม โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีแนวโน้มเชิงบวกจากสัญญาณ Volume Flow ได้แก่ กลุ่มธนาคาร, ปิโตรเคมี และค้าปลีก ซึ่งมีโอกาสปรับตัวได้ดีกว่า (Outperform) ในภาวะที่ Fund Flow ยังมีความผันผวนสูง
แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นตามแนวคิดเดิมที่มองภาพไปข้างหน้า ผ่าน 4 ปัจจัยหนุนสำคัญ:
1.แนวโน้มกำไรฟื้นตัว งบการเงินที่จะประกาศรอบนี้ยาวไปจนถึงครึ่งหลังของปีนี้ มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามหลักการต้นทุนที่ทยอยลดลง สวนทางกับรายได้ที่มีโอกาสเห็นยอดขายเพิ่มขึ้น (ได้รับอานิสงส์จากมาตรการไทยช่วยไทย)
2.มูลค่าหุ้นไม่แพง (Under-owned & Low Valuation) ราคาหุ้นไม่ได้ใส่ความคาดหวังเอาไว้สูง พิจารณาจากระดับ Valuation และรูปแบบราคาที่อยู่โซนล่าง พร้อมสัญญาณซื้อทางเทคนิคสนับสนุน
3.กลยุทธ์ Sectors Rotation อ่านทางลมว่าเม็ดเงินกำลังเคลื่อนย้ายออกจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะหมุนลงไปหาหุ้นในกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศแทน
4.ธีมการลงทุนสนับสนุน: มีปัจจัยบวกคอยหนุนโมเมนตัมราคาหุ้นในแต่ละช่วงเวลา เช่น ความชัดเจนของมาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานในงบ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งรอวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ที่จะมีคำวินิจฉัยออกมา
สรุปกลยุทธ์ช่วงนี้ แนะนำเน้นเล่นหุ้นตามชุดหุ้นในพอร์ตต่อไป ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นโดยรวมที่อาจมีความผันผวนสูงขึ้นตามหุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก หาจังหวะ “สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อตัว” โดยเน้นไปที่หุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูง (High Dividend), หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และเพิ่มส่วนของการเล่นหุ้นตามกระแสเก็งกำไรระยะสั้น
