CGSI คงน้ำหนัก “Neutral” กลุ่มแบงก์ มอง Q2 กำไร-Nim ลด

HoonSmart.com >>บล.CGSI  คงคำแนะนำ ” Neutral” กลุ่มแบงก์ ประเมินผลดำเนินงานไตรมาส 2/69 น่าจะลดลงทั้ง yoy และ qoq ชู !! SCB -KBANK หุ้น Top Pick  สัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) สูง 18–19% ของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 68 และปีนี้ ยีลด์ปันผลสูงถึง 7.4–7.6% 

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ประมาณการว่าสินเชื่อรวมของธนาคารพาณิชย์ในเดือนพฤษภาคม 69 จะทรงตัวจากเดือนก่อน (0% MoM) ขยายตัว 0.5% yoy และเพิ่มขึ้น 1.6% จากสิ้นปี 68 โดย KBANK และ KKP น่าจะมีสินเชื่อเติบโตสูงที่สุด 2.2% MoM และ 1.5% MoM ตามลำดับ ขณะที่ KTB น่าจะมีสินเชื่อหดตัวมากที่สุด -1.1% MoM

สำหรับการขยายตัวของสินเชื่อเมื่อเทียบกับสิ้นปี 68 พบว่า CREDIT และ KKP เป็นธนาคารที่มีสินเชื่อเติบโตสูงที่สุด 5.3% และ 3.9% จากเดือนธันวาคม 68 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเป้าหมายของธนาคารในปี 69 เชื่อว่า BBL และ SCB น่าจะสามารถขยายสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย
เมื่อประเมินจากยอดสินเชื่อรวมในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 69 ขณะที่ KBANK, KTB และ KKP มีแนวโน้มที่จะทำได้ดีกว่าเป้าหมาย ส่วน TTB มีสินเชื่อในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 69 เติบโตต่ำกว่าที่ธนาคารให้แนวทางไว้สำหรับปี 69

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คาดว่า ธนาคารทั้ง 8 แห่ง ที่ทำการศึกษาจะมีกำไรสุทธิรวม 5.63 หมื่นล้านบาท ลดลง (-1.7% yoy, -3.5% qoq)  และมีกำไรก่อนตั้งสำรองรวม 1.137 แสนล้านบาท (-3.5% yoy, -2.9% qoq) ในไตรมาส 2/69

ขณะที่ยอดสินเชื่อรวมในไตรมาส 2/69 คาดว่าจะยังเติบโต 1.7% yoy, 1.0% qoq และเพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 68 โดยมีแรงหนุนหลักจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน

นอกจากนี้ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในไตรมาส 2/69 คาดว่าจะลดลง 47 bps yoy และ 9 bps qoq หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาส 1/69 ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของกลุ่มธนาคารลดลง 11.4% yoy และ 2.1% qoq ในไตรมาส 2/69

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ประมาณการว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะเติบโต 10% yoy แต่ลดลง 2.5% qoq ในไตรมาส 2/69 คาดว่าการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนจะได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจกองทุนรวม และกำไรจากการลงทุน

ขณะเดียวกันคาดว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 41.9% ในไตรมาส 1/69 เป็น 42.2% ในไตรมาส 2/69 แต่อัตราการตั้งสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) น่าจะลดลงจาก 138 bps ในไตรมาส 1/69 และ 150 bps ในไตรมาส 2/68 มาอยู่ที่ 131 bps ในไตรมาส 2/69

อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) โดยรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 3.63% ในไตรมาส 1/69 เป็น 3.76% ในไตรมาส 2/69 ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการตั้งสำรองต่อหนี้ NPL (Coverage Ratio) ลดลงจาก 205.5% ในไตรมาส 1/69 เหลือ 203.0% ในไตรมาส 2/69

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า กลุ่มธนาคารไทย มีการประเมินมูลค่าค่อนข้างแพง โดยซื้อขายที่ P/BV ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 0.81 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 0.67 เท่า

อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูงที่ 6.3–6.5% ต่อปี ในช่วงปี 69-71

ดังนั้น ยังคงคำแนะนำ Neutral สำหรับกลุ่มธนาคาร โดยเลือก SCB และ KBANK เป็น Top Pick เนื่องจากทั้งสองธนาคารมีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) สูง คิดเป็น 18–19% ของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 68 และยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 7.4–7.6% ในปี 69

เชื่อว่าธนาคารที่มีความแข็งแกร่งด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่งจะมีศักยภาพในการทำกำไรที่เหนือกว่าในระยะยาว (5 ปี)

อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารยังมี Downside Risk หากอัตราส่วน NPL และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ Upside Risk จะมาจากการลดต้นทุนผ่านการลดจำนวนพนักงาน รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth ที่แข็งแกร่ง และการส่งออกที่เติบโตจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์