HoonSmart.com>>แอลทีเอ็มเอช ชูโมเดลธุรกิจแนวใหม่ ‘Media + WealthTech’ ดันสินทรัพย์ภายใต้การให้บริการ (AUA) แตะ 1 หมื่นล้านบาท ปี 2570 ปักธงออกกองทุนถี่สไตล์ “Pop Mart” 4-5 กองต่อเดือน เป้าใหญ่ชิงมาร์เก็ตแชร์ 2% ตลาดกองทุนรวมมูลค่า 5.58 ล้านล้านบาท
บริษัท แอลทีเอ็มเอช หรือ LTMH หุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดผลลัพธ์โมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ในงานประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โชว์จุดเด่นโครงสร้าง “Media + WealthTech” ที่ช่วยทลายข้อจำกัดด้านต้นทุน พร้อมเปิดเผยตัวเลขสินทรัพย์ภายใต้การให้บริการ (AUA) ของแพลตฟอร์ม WealthX ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดทะลุ 3,000 ล้านบาท พร้อมปักธงสู่เป้าหมายหมื่นล้านภายในปีหน้า
นายธณัฐ เตชะเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LTMH ชี้แจงภาพรวมและทิศทางกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทอย่างชัดเจน
สรุปไฮไลท์สำคัญที่เขย่าโครงสร้างอุตสาหกรรมบริหารความมั่งคั่งไทย
1. ล้างกระดาน Value Chain ตัดหน้า “ที่ปรึกษา” หั่นค่าธรรมเนียมถาวร
จุดต่างทางโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของ WealthX (ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อย WM และ WS) คือการตัด “ที่ปรึกษาการลงทุน” (Investment Advisor: IA) ออกจากห่วงโซ่คุณค่า แล้วแทนที่ด้วย 2 กลไกหลัก
ฝั่งสื่อ (Media Ecosystem) ใช้เพจในเครืออย่าง ลงทุนแมน, ลงทุนเกิร์ล, MarketThink, BrandCase, WealthThink และ Mao-Investor ซึ่งมีฐานผู้ติดตามรวมกว่า 9 ล้านคน ในการให้ความรู้และปูพื้นฐานการลงทุน
ฝั่งเทคโนโลยี (Platform) ใช้ระบบแอปพลิเคชันคัดเลือกและจัดพอร์ตตามธีมอัตโนมัติทำหน้าที่แทนมนุษย์
2.โมเดลธุรกิจนี้ ทำให้ ลูกค้าได้จ่ายค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมผ่านหน่วยลงทุนพิเศษ “SeriesX” ขณะที่ บลจ. พันธมิตร ได้ Take Rate ที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนสร้างฐานลูกค้าเอง ส่วน LTMH ครอบครองชั้นการกระจายสินค้า (Distribution) ที่มีขีดความสามารถในการขยายตัวสูง
แพลตฟอร์ม WealthX ให้บริการเต็มรูปแบบเมื่อมกราคม 2569 ที่ผ่านมา มีสินทรัพย์(AUA) เติบโตอย่างรวดเร็ว โดย AUA 1,000 ล้านบาทแรก ใช้เวลา 106 วัน , 2,000 ล้านบาทต่อมา ใช้เวลา 41 วัน และ 3,000 ล้านบาท ณ 18 มิ.ย. 2569 ใช้เวลา 22 วัน
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายดัน AUA สู่ระดับ 10,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2570 ผ่านกลยุทธ์การออกผลิตภัณฑ์กองทุนใหม่ ๆ ในลักษณะ “Pop Mart” สัปดาห์/เดือนละครั้ง โดยตั้งเป้าเปิดตัวกองทุนใหม่เฉลี่ย 4–5 กองต่อเดือน เพื่อเพิ่มความลึกของผลิตภัณฑ์ (Product Depth) และดึงดูดให้ลูกค้าเปิดใช้งานแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ
เป้าหมายระยะยาว หวังส่วนแบ่งการตลาดราว 2% จากมูลค่าการตลาดธุรกิจกองทุนรวมไทย 5.58 ล้านล้านบาท
3.ผลการดำเนินงาน ธุรกิจสื่อ (Media) ถือเป็นแหล่งกระแสเงินสดหลัก (Cash Cow) ของกลุ่มบริษัท ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถทำรายได้อยู่ที่ 249 ล้านบาท และสร้างกำไรจากการดำเนินงานได้ถึง 76.8 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) สูงถึง 30% จุดเด่นของธุรกิจนี้อยู่ที่โครงสร้างต้นทุนส่วนใหญ่ที่เป็นต้นทุนคงที่ ทำให้มีอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือทำหน้าที่ช่วยลดต้นทุนในการจัดหาลูกค้าใหม่ (CAC หรือ Customer Acquisition Cost) ให้กับฝั่งธุรกิจเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธุรกิจเทคโนโลยี (WealthTech) ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงของการลงทุน (Investment Phase) เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต โดยในไตรมาส 1 ของปี 2569 มีรายได้จากค่าธรรมเนียมอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท และมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 14.7 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้มีจุดเด่นตรงที่โครงสร้างต้นทุนมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงรอให้เกิดการประหยัดต่อขนาดจากการดำเนินงาน หรือ Operating Leverage ที่จะช่วยผลักดันให้ความสามารถในการทำกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อฐานผู้ใช้งานขยายตัวขึ้น
4. จุดคุ้มทุน
น.ส.ณภัทร ปริญญานุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ร่วมให้ข้อมูลโครงสร้างต้นทุนรายไตรมาส (Run-rate cost) ของฝั่ง WealthTech ในปัจจุบัน ต้นทุนพื้นฐานไม่รวม CAC อยู่ที่ 11.7 ล้านบาทต่อไตรมาส ราว 46.8 ล้านบาทต่อปี เป็นต้นทุนคงที่ เช่น ค่าบุคลากรนักพัฒนากว่า 20 คน ค่าระบบ และค่าใบอนุญาต ซึ่งแทบไม่ผันแปรตามขนาด AUA บริษัทคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนในส่วนนี้เมื่อ AUA แตะ 10,000 ล้านบาท
ต้นทุนรวม CAC (งบการตลาดหาลูกค้าใหม่) อยู่ที่ 15.7 ล้านบาทต่อไตรมาสราว 62.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งงบการตลาดส่วนต่าง 4 ล้านบาทนี้สามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามสภาวะตลาด
หากรวมต้นทุนส่วนนี้ จุดคุ้มทุนรวมของกลุ่มจะขยับไปอยู่ที่ระดับ AUA 15,000 ถึง 20,000 ล้านบาท
โมเดล “Mobile-only” และ “Paperless” ของ LTMH ผนวกกับการมีสื่อในเครือข่ายของตนเอง ถือเป็นปรากฎการณ์ที่น่าจับตาในธุรกิจกองทุนรวมของไทยที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 5.58 ล้านล้านบาท
