HoonSmart.com>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินทิศทางหุ้นวันนี้ คาด SET ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,540 – 1,550 จุด แนวต้าน 1,560 – 1,570 จุด แรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวได้ดี หลังต้นทุนราคาน้ำมันดิบลดลง พร้อมเสิร์ฟหุ้นวันนี้แนะนำ CPN, BH
บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,540 – 1,550 จุด แนวต้าน 1,560 – 1,570 จุด คาดดัชนีทรงตัวในกรอบ โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวได้ดี หลังต้นทุนราคาน้ำมันดิบปรับลดลง แนะนำทยอยซื้อกลุ่ม Domestic Play เช่น AOT,MINT,CENTEL,ERW,CRC,CPN,OSP,CBG หุ้น CPF, TU, ITC, RBF ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า, กลุ่มไฟแนนท์ SAWAD,MTC,TIDLOR,TURBO ได้ปัจจัยหนุนจากดอกเบี้ยนโยบายในประเทศอยู่ในระดับต่ำ
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศวานนี้ ส่งออกไทย พ.ค. +10.6% ต่ำกว่าคาด +14.3% YoY แต่ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน โดยได้ปัจจัยจากส่งออกสินค้าหมวดอุต ฯ +14.4% จากอุปสงค์สินค้ากลุ่มอิเล็ก ฯ ที่เติบโตตามวัฏจักรการลงทุนด้าน Data Center & AI ขณะที่สินค้าหมวดเกษตรอุต ฯ -13.2% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยกลุ่มสินค้าที่ชะลอตัว เช่น ยางพารา, น้ำตาลทราย, ไก่สดแช่แข็ง ขณะที่กลุ่มอาหารเลี้ยงสัตว์ +3.1% YoY
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดวานนี้ DJIA +0.14%, S&P500 -0.01%, Nasdaq -0.46% ได้แรงหนุนจากกลุ่มอุต ฯ +2.19%, บริการสุขภาพ +1.49% ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย -1.78%, สินค้าอุปโภคจำเป็น -1.08% ส่วนหุ้นกลุ่ม Hyperscaler เช่น MSFT, Alphabet ปรับลดลงจากความกังวลต่อค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่อยู่ในระดับสูง และ Apple -6.1% หลังเตรียมปรับขึ้นราคาขาย Ipad, Macbook สาเหตุมาจากต้นทุนชิปทีแพงขึ้น
ชณะที่กลุ่มผู้ผลิตชิป Micron Tech +15.7% จากคาดการณ์รายได้ใน Q4/69 อยู่ที่ 5.0 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าตลาดคาดที่ 4.35 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลบวกไปยังหุ้นกลุ่มผลิตชิปอื่น ๆ ด้วยเช่น Sandisk, Qualcomm ส่วน
ข้อมูลเศรษฐกิจค่ำวานนี้ US GDP Q1/69 +2.1% & ดีกว่าคาด +1.6%QoQ, US PCE พ.ค. +4.1% YoY เป็นไปตามคาด & เม.ย. +3.8% YoY ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ใน ธ.ค. นี้
หุ้นแนะนำ CPN (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 75.50 บาท) บริษัทคงเป้าหมายรายได้ปี 60 เติบโต high single digit ตามการเติบโตของธุรกิจศูนย์การค้า แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโตต่อเนื่อง YoY จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าในเดือน เม.ย.เติบโตได้ 4%YoY รายได้ค่าเช่าเติบโตจากโครงการเดิมและโครงการใหม่ที่จะมีการเปิดในเดือน พ.ค.(Central ขอนแก่น แคมปัส)
ขณะที่ 2H69 ยังมีปัจจัยหนุนจากการเปิดศูนย์ฯ ใหม่ในเดือน ก.ค.(Central Northville) และรับผลดีจากยอดโอนธุรกิจอสังหาฯ เพิ่มขึ้น (คอนโดขอนแก่น นครปฐม) โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่บางนา ภูเก็ต และอุบลฯ ส่วน 4Q68 มีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องจากตามฤดูกาลและคาดได้ข้อสรุปเรื่องขายทรัพย์สินเข้ากอง REIT เพิ่มในต้นปีหน้า อิง Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69 อยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท +4%YoY
หุ้น BH (ทยอยซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 209.0 บาท) มี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลางจากสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยตะวันออกกลางในช่วงปกติที่ราว 25% ด้านกำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ในเกณฑ์ดีที่ 1,790 ล้านบาท (+3.24%YoY, -5.05%QoQ ) หนุนด้วยรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่ +4%YoY -7%QoQ โดยกลุ่มชาติที่โตเด่น ได้แก่ ตะวันออกกลาง +21%YoY, เมียนมา +15%YoY, บังกลาเทศ+25%YoY
ขณะที่การดำเนินงานในช่วง 2Q69 นี้ แนวโน้มรายได้ยังดู +YoY และมีสัญญาณที่ดีจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เข้ามารับการรักษาหลังผ่านช่วงรอมฎอน ปัจจุบัน เราประเมินกำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ BH ที่ 7,895 ล้านบาท (+5YoY%) และ 8,280 ล้านบาท(+5YoY%)ตามลำดับ

