HoonSmart.com>> LPN เผย “แอล พี ซี วิสาหกิจเพื่อสังคม” (LPC) บริษัทในเครือ เดินหน้ายกระดับ Green Skill แม่บ้าน ขับเคลื่อนต่อยอดทักษะการลดขยะ–ลดคาร์บอน พร้อมขยายสู่ 10 โครงการปี 2569
บริษัท แอล พี ซี วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (LPC) ในเครือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) เดินหน้าสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงยกระดับทักษะแม่บ้านสู่ “Green Skill” พร้อมขับเคลื่อนการคัดแยกขยะอย่างยั่งยืน ล่าสุดได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568 สะท้อนความสำเร็จของการพัฒนา ‘คน’ ควบคู่การดูแล ‘โลก’ จากผลการดำเนินโครงการนำร่องคัดแยกขยะภายในสำนักงาน LPC ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5.296 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมต่อยอดความสำเร็จสู่ 10 โครงการในปี 2569

นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) กล่าวว่า LPN ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่การอยู่อาศัย ตั้งแต่พัฒนาโครงการ และออกแบบพื้นที่จัดเตรียมระบบรองรับการคัดแยกขยะ ไปจนถึงการส่งเสริมทักษะพนักงานให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในชุมชน โดยเชื่อว่าการมีระบบที่ดีต้องควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของบุคลากร เพื่อให้การจัดการขยะเกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม จนได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) ประจำปี 2568 เป็นครั้งแรก โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ LPN ในการสร้างการเติบโตที่สมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตของผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

ด้านนางสาวสุรัสวดี ซื่อวาจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี ซี วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวว่า LPC มีความมุ่งมั่นและวางแนวทางการพัฒนา Green Skill เพื่อยกระดับวิชาชีพของ ‘พนักงานกลุ่มแม่บ้าน’ ให้ก้าวข้ามจากบทบาทการดูแลความสะอาดสู่การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรสูงสุด โดยทักษะเหล่านี้ยังช่วยลดต้นทุนให้องค์กร ควบคู่กับการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ จนสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5.296 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากการพัฒนาศักยภาพของพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของคณะกรรมการและนิติบุคคลอาคารชุดในแต่ละโครงการ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ด้วยวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันในการสร้างชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการดำเนินงานด้านการคัดแยกขยะและการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้จริง และเป็นต้นแบบที่สามารถจะขยายผลไปสู่อีก 10 โครงการในปี 2569 ประกอบด้วย
1. โครงการลุมพินี พาร์ค รัตนาธิเบศร์ – งามวงศ์วาน
2. โครงการลุมพินี เพลส ศรีนครินทร์ – หัวหมาก
3. โครงการลุมพินี เพลส พระราม 9 – รัชดา (อาคาร A, B, C, D)
4. โครงการลุมพินี เมกะซิตี้ บางนา
5. โครงการลุมพินี พาร์ค ปิ่นเกล้า
6. โครงการลุมพินี เพลส ปิ่นเกล้า 2
7. โครงการลุมพินี พาร์ค ริเวอร์ไซด์ – พระราม 3
8. โครงการลุมพินี เพลส รัชดา – สาธุ
9. โครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ เอกชัย 48
10. โครงการลุมพินี วิลล์ นครอินทร์ – ริเวอร์วิว

ทั้งนี้โ ครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: Less) โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีแนวคิดในการพัฒนารูปแบบการดำเนินกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนักให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกย่องผู้ทำความดีโดยการมอบใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition: LOR) เพื่อให้ผู้ดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกได้รับการยอมรับ โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์และประเมินทางเทคนิควิชาการ และนำมาผนวกกับแนวคิดการให้การสนับสนุน (Support) จาก “ผู้ให้” ในภาคองค์กร/ธุรกิจ ไปสู่ “ผู้รับ” ในสังคม/ชุมชน ทั้งนี้ การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกของโครงการ LESS เป็นการประเมินเบื้องต้นเพื่อการประกาศเกียรติคุณ ดังนั้นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากโครงการ LESS จึงไม่สามารถนำไปซื้อ-ขายได้
