HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว-เอเชีย” เช้านี้บวก แรงหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ม่ค่อยร้อนแรงนัก ช่วยคลายกังวลธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (13 สิงหาคม 2569) ปรับตัวขึ้น จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาตามคาด ซึ่งช่วยลดความคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในระยะอันใกล้
ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei เพิ่มขึ้น 1,237.77 จุด หรือ +1.83% สู่ระดับ 68,761.83 จุด
ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดเช้านี้ได้แก่ หุ้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ และกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก
ณ เวลา 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 68,609.92 จุด เพิ่มขึ้น 1,985.86 จุด, +1.61%
ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น ด้วยแรงหนุนจากการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และรายงานอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ไม่ค่อยร้อนแรงนัก ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ รายงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี ในเดือนกรกฎาคม ชะลอตัวลงจากระดับ 3.5% ในเดือนมิถุนายน และสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% สอดคล้องกับการคาดการณ์
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เช่นกัน
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น ส่งผลให้ดัชนี Kospi ปรับตัวขึ้นสู่ตลาดกระทิงทางเทคนิค เนื่องจากแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก ทำให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากร่วงลงอย่างหนักเมื่อเดือนที่แล้ว
ข้อมูลจาก LSEG แสดงให้เห็นว่า ดัชนี Kospi พุ่งขึ้นกว่า 4% ในช่วงต้นของการซื้อขาย ทำให้การฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม มาอยู่ที่ประมาณ 23%
หุ้นขนาดใหญ่ในดัชนีอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix นำการปรับตัวขึ้น โดยหุ้นยักษ์ใหญ่ด้านชิปปรับตัวขึ้นกว่า 4% และ 7% ตามลำดับ
ดัชนี MSCI Asia-Pacific (ไม่รวมญี่ปุ่น) ปรับตัวขึ้น 0.97% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้
ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียปรับตัวลดลงแต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางภาวะชะงักงันในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตามองค่าเงินเยนซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับสำคัญที่ 160 เยนต่อดอลลาร์ โดยค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.06% เมื่อเทียบกับเงินเยนมาอยู่ที่ระดับ 159.32 ส่งผลให้นักลงทุนต่างเฝ้าระวังความเป็นไปได้ที่ทางการจะเข้าแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่คาดไว้ว่าจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม โดยคาดการณ์ดังกล่าวได้รับการตอกย้ำจากข้อมูลราคาขายส่งของญี่ปุ่นที่ปรับตัวสูงขึ้น 7.2% ในเดือนกรกฎาคมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,964.002 จุด เพิ่มขึ้น 17.326 จุด, +0.44%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,438.64 จุด ลดลง 1.53 จุด, -0.051%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,820.64 จุด เพิ่มขึ้น 241.6 จุด, +3.67%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 45,943.08 จุด เพิ่มขึ้น 425.01 จุด, +0.93%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนลดลง 1.06 ดอลลาร์หรือ 1.27% ซื้อขายที่ 82.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 1.04 ดอลลาร์หรือ 1.17% ซื้อขายที่ 87.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

