HoonSmart.com>>ตลาดหลักทรัพย์ฯ โชว์ศักยภาพระบบ SET ESG Data Platform บูรณาการข้อมูลพลังงานร่วมกับ กฟผ. หนุน บจ. รายงาน Scope 2 แม่นยำ ดันข้อมูลเป็นสะพานเชื่อม Green Finance สถิติปี 2568 ชี้ชัดบิ๊กธุรกิจไทยแห่ซบพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น 13% ขณะที่วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซต้นปี 2569 ผลตอบแทนกลุ่มเปิดเผยข้อมูลพลังงานดีกว่ากลุ่มปิดบังข้อมูล

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานว่า ได้ทำการส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูล ESG มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เชื่อมต่อข้อมูลการใช้พลังงานกับหน่วยงานหรือสถาบันภายนอกซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านพลังงานระดับประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพข้อมูลพลังงานผ่านระบบ ESG Data Platform ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 มีบริษัทจดทะเบียน 776 บริษัท เปิดเผยข้อมูลการใช้พลังงานซึ่งครอบคลุมทั้งไฟฟ้า น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ไม่เคยถูกนำมาประเมินความเสี่ยงของบริษัทจดทะเบียนอย่างเป็นระบบมาก่อน
บทวิเคราะห์ในเอกสารฉบับนี้คือตัวอย่างของการนำข้อมูลใน ESG Data Platform มาประยุกต์ใช้ในการประเมินความเสี่ยงด้านพลังงานของบริษัทจดทะเบียนไทย ทั้งในระดับภาพรวม รายกลุ่มอุตสาหกรรม และรายบริษัท ซึ่งเดิมเป็นข้อมูลที่กระจัดกระจายและประเมินได้ยากด้วยข้อมูลตลาดทั่วไป การมีฐานข้อมูลที่ครอบคลุมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้สามารถเทียบเคียงสัดส่วนการพึ่งพาพลังงาน ความเข้มข้นด้านพลังงาน และระดับการเปิดเผยข้อมูลของ บจ. ได้อย่างเป็นระบบ
ภาพรวมการเปิดเผยข้อมูลพลังงานของบริษัทจดทะเบียนไทยชัดเจนขึ้นมาก โดยมีการรายงานปริมาณการใช้ไฟฟ้าถึง 96% ของบริษัทรายงานแล้ว
ขณะที่การใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินมีอัตราการรายงานที่ 75% และ 68% ตามลำดับ โดยรวมพบการใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น 48,435 ล้าน kWh ในจำนวนนี้มาจากพลังงานทดแทน 13% สะท้อนว่าภาคธุรกิจยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลักและมีความเสี่ยงจากราคาพลังงานโลกโดยตรง
อย่างไรก็ดี ปริมาณการใช้พลังงานทดแทนในกลุ่ม บจ. เดียวกันเติบโตขึ้นถึง 42.7% จากปีก่อนหน้าสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในภาคธุรกิจไทย
ฐานข้อมูลพลังงานเชิงลึกที่ SET มีอยู่เปิดให้วิเคราะห์ความเสี่ยงได้หลายมิติที่ตลาดทั่วไปอาจมองข้าม ทั้ง Energy Intensity ที่วัดการพึ่งพาพลังงานเทียบกับรายได้ และ Margin Sensitivity ที่วัดว่าต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจะกระทบกำไรมากแค่ไหน เมื่อนำสองมิตินี้มารวมกับขนาดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง จะได้ Risk Matrix สามมิติที่ช่วยจัดกลุ่มอุตสาหกรรมตามระดับความเสี่ยงพลังงานได้อย่างเป็นระบบก่อนเกิดเหตุการณ์วิกฤตพลังงานอย่างในรอบปัจจุบัน
ในเดือนมีนาคม 2569 SET Index ปรับลดลง 5.24% สะท้อนความกังวลของผู้ลงทุนต่อวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่ดันราคาพลังงานโลกขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อแบ่ง บจ. ภายใน sector เดียวกันออกเป็นกลุ่มที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พบว่าในช่วงวิกฤตดังกล่าว ในหลาย Sector เช่น กลุ่มการเงิน ธนาคารและธุรกิจประกัน รวมถึงกลุ่มโทรคมนาคม และกลุ่มขนส่ง บริษัทที่เปิดเผยข้อมูลกลับมีผลตอบแทนสูงกว่า (Disclosure Premium) เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการเปิดข้อมูลที่โปร่งใสกว่าจะลดความตื่นตระหนกในสภาวะวิกฤต
