HoonSmart.com>>บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านตลาดคาร์บอนและความยั่งยืนใน 2 เวที การประชุม Climate Futures APAC Summit (CFAS) 2026 และการเสวนา “Sustainability is Survival” ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ย้ำองค์กรต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงฉับพลันด้วย ESG เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้สะท้อนพัฒนาการของตลาดคาร์บอนไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากช่วงการสร้างระบบนิเวศและการสร้างความตระหนักรู้ในช่วงปี 2558-2563 สู่การเพิ่มขึ้นของความต้องการคาร์บอนเครดิตหลังการประชุม COP26 ในช่วงปี 2564-2566 และการให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของตลาดมากขึ้นในช่วงปี 2566-2568 โดยในปัจจุบัน ตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ระยะของการนำกลไกตลาดมาใช้จริงมากขึ้น ทั้งผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้ Article 6 ของความตกลงปารีส ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมลงทุนและซื้อขายผลการลดก๊าซเรือนกระจกข้ามพรมแดน ร่างกฎหมาย
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ โดยการพัฒนาตลาดคาร์บอนในระยะต่อไปจำเป็นต้องอาศัยระบบข้อมูลและการตรวจวัดที่มีประสิทธิภาพ โครงการที่พร้อมรับการลงทุนการเชื่อมโยงตลาดระหว่างประเทศ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของตลาด ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระดับภูมิภาคก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาเซียนมีทั้งศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก แหล่งเงินทุน และความต้องการคาร์บอนเครดิต แต่ตลาดยังมีความกระจัดกระจายอยู่มากในระดับภูมิภาค Carbon Markets Club ได้ร่วมกับองค์กรพันธมิตรจากมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซียและอาเซียน จัดตั้งความร่วมมือ ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การพัฒนาศักยภาพ
การเชื่อมโยงตลาด และการมีส่วนร่วมข้ามพรมแดน ขณะที่ภาครัฐของประเทศในภูมิภาคได้ร่วมผลักดัน High-Integrity ASEAN Carbon Initiative (HACI) นำโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอนอาเซียน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่ด าเนินควบคู่กันทั้งในระดับนโยบายและระดับตลาด เพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดคาร์บอนในภูมิภาคในระยะยาว
นอกจากนี้ นางกลอยตาได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Sustainability is Survival” ร่วมกับ รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายพิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร (ท็อป) นักแสดงและผู้ประกอบกิจการด้านความยั่งยืนเพื่อสังคม โดยมี นายนิธิ สมุทรโคจร (จ๊อบ) เป็นผู้ดำเนินรายการ จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวและการดำเนินงานด้านความยั่งยืนจากมุมมองของภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม และภาคการศึกษา
โดยนางกลอยตาได้สะท้อนถึงโลกปัจจุบันที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับอนาคตที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ พร้อมยกตัวอย่างการปรับตัวของบางจากฯ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี จากการก่อตั้งท่ามกลางวิกฤตพลังงาน สู่การพัฒนาธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่ ทั้งพลังงานสะอาด เชื้อเพลิงชีวภาพ และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน
โดยชี้ว่า ESG ไม่ใช่เพียงข้อกำหนดหรือการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ แต่เป็นแนวคิดที่ช่วยกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจและการสร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งนี้ ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของการปรับตัวและการอยู่รอดในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และส าหรับบางจากฯ ความยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร โดยวัฒนธรรมพนักงาน “เป็นคนดี มีความรู้ และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น” ได้หล่อหลอมแนวคิดด้าน ESG สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ให้อยู่ในตัวพนักงานและขยายสู่การดำเนินธุรกิจขององค์กร
