หุ้นไทยดิ่งตามเอเชีย ตปท.ขาย 1.48 หมื่นล. แรงขายหุ้นเทค-AI เดลต้าร่วงหนัก 18 บ.

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นไทยวันนี้  ปิดที่ 1,540.90 จุด ลดลง 33.23 จุด หรือลดลง 2.11% แรงขายหุ้นเทค-ชิป ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไต้หวัน-บาทอ่อนค่าสุดรอบ 1 ปี ฉุดตลาด มูลค่าการซื้อขายทะลุ 114,176.66 ล้านบาท  ต่างชาติทิ้ง 1.48 หมื่นล้านบ.GULF แกร่งราคาร่วงแค่ 1.22% เทรดสนั่น 1.36 หมื่นล้านบาทสูงสุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (23 มิ.ย.2569) ปิดที่ 1,540.90 จุด ลดลง 33.23 จุด หรือลดลง 2.11% มูลค่าการซื้อขายทะลุ 114,176.66 ล้านบาท โดยแรงขายมาจากนักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 14,809.63 ล้านบาท บัญชีหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 249.03 ล้านบาท กลุ่มที่เข้ามารัฐหุ้นไปมากที่สุดคือ รายย่อย ซื้อสุทธิ 11,218.12 ล้านบาท และ สถาบัน ซื้อสุทธิ 3,840.54 ล้านบาท

ส่วนหนึ่งของการปรับตัวลดลงของหุ้นไทย เป็นการปรับฐานลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามดัชนี Nasdaq ของสหรัฐฯ ส่งผลให้หุ้นบิ๊กแคปอย่าง DELTA ปรับตัวลดลงแรงและกลายเป็นตัวกดดันดัชนีหลักในวันนี้

ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว โดยระหว่างวันได้ปรับตัวอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 33.09 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปี ทำให้นักลงทุนต่างชาติเลือกที่จะขายทำกำไร (Take Profit) ในหุ้นกลุ่มบิ๊กแคป (เช่น ธนาคาร และพลังงาน) เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้านี้

รวมถึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและบอนด์ยีลด์ไทยอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้น

หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

GULF มูลค่าการซื้อขาย 13,663.95 ล้านบาท ราคาปิดที่ 60.5 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ -1.22%

DELTA มูลค่าการซื้อขาย 7,644.97 ล้านบาท ราคาปิดที่ 317 บาท ลดลง 18.00 บาท หรือ -5.37%

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,453.77 ล้านบาท ปิดที่ 207 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ -1.43%

PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,554.31 ล้านบาท ปิดที่ 35 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ -2.10%

BBL มูลค่าการซื้อขาย 3,142.68 ล้านบาท ปิดที่ 177.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ -1.39%

บล.หยวนต้า ระบุว่า หุ้นที่ปรับตัวขึ้น OSP: 16.90 บาท (+3.68%), ICHI: 13.50 บาท (+1.50%)

กลุ่มเครื่องดื่ม Outperform ตลาดหลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดในช่วงก่อนหน้า ทำให้เริ่มเห็นแรง Rotation กลับเข้ามา โดยได้แรงหนุนจาก 1) ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลง ช่วยลดความกังวลด้านต้นทุนบรรจุภัณฑ์และการขนส่ง และ 2) แนวโน้มสภาพอากาศร้อน เอลนีโญที่อาจรุนแรงขึ้นในช่วง 2H26 ซึ่งเป็นบวกต่อการบริโภคเครื่องดื่ม

ด้าน SCGP: 27.75 บาท (+2.78%) คาดผลประกอบการ 2Q26 เติบโตทั้ง QoQ และ YoY โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซียที่มีแนวโน้มพลิกกลับมามีกำไร

BEM: 6.00 บาท (+2.56%) จากการที่ ครม. เห็นชอบโครงการตั๋วร่วมรถไฟฟ้าในอัตรา 17-45 บาท โดยคาดเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2027 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อจำนวนผู้โดยสารในระยะยาว

ส่วนหุ้นที่ปรับตัวลง

HANA: 36.00 บาท (-9.43%), CCET: 8.60 บาท (-7.03%), DELTA: 317.00 บาท (-5.37%) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลงกดดัน SET Index ราว 18 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียเหนือ หลังนักลงทุนลดความเสี่ยงในหุ้นเทคโนโลยี มองเป็นแรงขายทำกำไรหลังราคาปรับตัวขึ้นเด่นในช่วงก่อนหน้า

STECON: 17.40 บาท (-5.43%) มีแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นในช่วงก่อนหน้า ตามภาวะตลาดที่อ่อนตัวลง

IVL: 21.10 บาท (-4.09%), PTTGC: 32.00 บาท (-3.03%) โดย กลุ่มปิโตรชะลอลงต่อ จากพัฒนาการเชิงบวกของการเจรจาในตะวันออกกลาง อิหร่านเปิดทางให้ IAEA เข้าตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ สะท้อนความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มผ่อนคลายลง

GULF: 60.50 บาท (-1.22%) แม้ถูกกดดันระยะสั้นเชิง Sentiment จากรายการ Big Lot จำนวน 416 ล้านหุ้น มูลค่าราว 2.5 หมื่นล้านบาท ที่ราคา 59 บาท จาก Singtel แต่ Singtel จะติดเงื่อนไข Lock-up Period ทำให้ไม่สามารถขายหุ้นคงเหลือเพิ่มเติมได้เป็นเวลา 90 วัน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ราคาหุ้นยืนได้แข็งกว่าตลาดในวันนี้

บล.กรุงศรี ระบุว่า หุ้นไทยปรับตัวลดลงกว่า 33 จุด เป็นการปรับลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศหลังจากหุ้น Tech สหรัฐ Underperform และถูก Take Profit จากทิศทาง Bond yields ระยะสั้นเร่งขึ้น Sector ที่หนุนดัชนี คือ กลุ่มธนาคาร กลุ่มอาหาร(TFG) ฯลฯ ส่วน Sector ที่กดดัชนีคือ กลุ่มชิ้นส่วน DELTA, CCET กลุ่มขนส่ง AOT พลังงาน (PTT) ฯลฯ

โดย CCET ราคาลดลง 7.0%  ส่วน DELTA ราคาลดลง 5.3% เป็นการปรับลงมีจิตวิทยาลบตามหุ้นเทคและชิปในต่างประเทศ ทั้งสหรัฐ และไต้หวัน ที่ปรับลงวันนี้

ทั้งนี้ หุ้นไทยช่วงบ่ายร่วงลงหนักกว่า 2% หลังตลาดเกาหลีใต้ดิ่งรุนแรง -9.99% ต้องประกาศใช้ระบบระงับการซื้อขายฉุกเฉิน (Circuit Breaker) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นร่วง -3.46% แรงทิ้งหุ้นเทคโนโลยี

ขณะเดียวกันมีรายการบิ๊กล็อต (ซื้อขายรายใหญ่) หุ้น GULF รวม 68 รายการ จำนวน 434.878 ล้านหุ้น มูลค่า 25,686.11 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 59.07 บาท/หุ้น

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–