HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 จุด แนวต้าน 1,600 จุด คาดดัชนียังได้ปัจจัยหนุนหลังปัจจัยเสี่ยงด้านราคาพลังงานปรับลดลง แนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่มได้ประโยชน์จาก Bond Yield แนวโน้มสูงขึ้น,กลุ่ได้ประโยชน์จากธีม De-esclation,กลุ่มอุปโภค,กลุ่มได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบลดลง เสิร์ฟหุ้นวันนี้ชู TACC, MINT

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 จุด แนวต้าน 1,600 จุด คาดดัชนียังได้ปัจจัยหนุนหลังปัจจัยเสี่ยงด้านราคาพลังงานปรับลดลง ซึ่งส่งผลบวกต่อกำลังซื้อในประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จาก Bond Yield ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เช่น BBL,KTB,BLA,TLI กลุ่มที่ประโยชน์จากธีม De-esclation เช่น AOT,BA,MINT,ERW,BH,BDMS กลุ่มอุปโภค CRC,BJC,TACC กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง เช่น SCC, TOA
ส่วนประเด็นข่าวเศรษฐกิจวานนี้ S&P Rating คงอันดับเครดิตไทยไว้ที่ระดับ BBB+ และมี Outlook Stable แม้ว่าการเติบโตของ GDP ไทยยังอยู่ในระดับต่ำ 2.0% แต่ฐานะการคลังยังอยู่ในเกณฑ์ดี คือ ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุล 2% ต่อ GDP
ส่วนสัปดาห์หน้าวันพุธที่ 24 มิ.ย. ติดตามผลการประชุม กนง.คาดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.0% เนื่องจากเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นจาก Supply Side ด้านราคาพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว
ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.14%, S&P500 +1.08%, Nasdaq +1.91% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี +2.68%, สินค้าฟุ่มเฟือย +1.76% ขณะที่กลุ่มพลังงาน -1.73%, การเงิน -0.9% นักลงทุนให้น้ำหนักบวกต่อกับข่าวสหรัฐ – อิหร่านได้ลงนามข้อตกลง MOU 14 ข้อเพื่อยุติสงคราม ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันและสินค้าสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ แม้ว่าผลการประชุมเฟดล่าสุดจะส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
ข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 4,000 อยู่ที่ 226,000 สูงกว่าคาดที่ 225,000 ราย โดยค่ำวันนี้ตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการในวันประกาศอิสรภาพแห่งชาติ (Juneteenth Day)
หุ้นแนะนำ TACC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 6.95 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 100 ล้านบาท +75%QoQ, +37%YoY หนุนจากรายได้ที่เติบโตตามการขยายสาขาของร้าน 7-Eleven และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ประกอบกับกระแสนิยมเครื่องดื่มชาไทยและชาเขียวมัทฉะ โดยอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวระดับ 32% ส่วน SG&A ปรับลดลง แนวโน้ม 2Q69 คาดเติบโตต่อเนื่อง YoY และทรงตัว QoQ จากการเข้าสู่ฤดูร้อน โดยต้องติดตามประเด็นต้นทุนใน 2H69
สำหรับทั้งปี 69 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต Double Digit (+10%) หนุนจากแผนการออกสินค้าใหม่ การขยายสาขาร้าน 7-Eleven และร้านกาแฟพันธ์ไทย โดยผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางใน 1H69 ยังไม่มากเพราะมีสต๊อกล่วงหน้าไว้ 3-6 เดือน ทั้งปี GPM อยู่ในระดับสูงกว่า 30% ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 361 ล้านบาท +20%YoY และ 397 ล้านบาท +10%YoY valuation ปัจจุบัน PER ราว 9.7 เท่า Div.Yield 8-9%
หุ้น MINT* (ซื่อ /ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 31.40 บาท) ธุรกิจโรงแรมมี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลาง ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารคึกคักจากบอลโลกและร้านในไทยคาดหวัง Multiple Effect จาก “ไทยช่วยไทยพลัส” สำหรับกำไรปกติ 1Q69 +YoY จากฐานต่ำปีก่อน แต่ -QoQ จาก Low Season โรงแรมในยุโรป ส่วนการดำเนินงาน 2Q69 มีโอกาส +YoY +QoQ ได้ปัจจัยหนุนตามฤดูกาลของโรงแรมในยุโรปและการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคของชาวยุโรปเอง
นอกจากนี้ Story เพิ่มเติมของ MINT* ยังจะมีมาจากการจัดตั้ง REIT โรงแรม เพื่อ IPO ที่ตลาดสิงคโปร์ในช่วง 4Q69 รวมถึงการ IPO ของ Minor Food ในช่วงถัดไป ทั้งนี้ ทาง MINT* ตั้งเป้า 3 ปี (ปี 68-71) CAGR รายได้ +High Single Digit% ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ MINT* ปี69และ70 จะอยู่ที่ 9,846 ล้านบาท(+9%YoY) และ 10,935 ล้านบาท(+11%YoY) ตามลำดับ

