BDMS เพิ่มงบ 5,455 ลบ.เฉียด 3หมื่นลบ. Silver Wellness & Residence

HoonSmart.com>>”กรุงเทพดุสิตเวชการ” (BDMS) ทุ่มงบลงทุนเพิ่ม 5,455 ล้านบาทเป็นเฉียด 3 หมื่นล้านบาท พัฒนาโครงการ BDMS Silver Wellness & Residence  คาดแล้วเสร็จปี 73  ด้านบล.กรุงศรีเชียร์ซื้อหุ้น ชี้เป้า 27 บาท ขายจุดแข็ง ธุรกิจแกร่ง ผู้ป่วยกัมพูชา-ตะวันออกกลางดีขึ้น เร่งกำไร-ROE โต คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลมากกว่า 4% ในช่วง 3 ปีนี้ 

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการ “BDMS Silver Wellness & Residence” ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวาระพิเศษ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2569 ได้มีมติอนุมัติให้ บริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ ปรับเพิ่มงบประมาณลงทุนในโครงการฯ อีก 5,455 ล้านบาท จาก 23,545 ล้านบาท เป็น 29,000 ล้านบาท

บริษัทฯเปิดเผย 2 สาเหตุหลักในการเพิ่มเงินลงทุน  ได้แก่ การปรับเพิ่มพื้นที่อาคารของโครงการฯ จากประมาณ 170,000 ตารางเมตร เป็นประมาณ 207,202 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพเชิงพาณิชย์ของโครงการฯ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขยายธุรกิจด้าน wellness ของบริษัท และต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด

ปัจจุบันโครงการฯ ได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเปิดตัวภายใต้ชื่อ “WellEra” ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573

สำหรับโครงการเป็น mixed-use development ตั้งอยู่บนที่ดินเช่าระยะยาว 13 ไร่ 60.18 ตารางวา บริเวณหัวมุมถนนสารสินและถนนหลังสวน (ตรงข้ามสวนลุมพินี) แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จากสำนักงานพระคลังข้างที่ (เดิมชื่อสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต โดยบูรณาการธรรมชาติและชุมชนเข้าด้วยกัน ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่ Wellness Residence, Wellness Clinic, Urban Wellness Retreat และ Premium Lifestyle Mall

ด้านบล.กรุงศรี เลือก BDMS เป็นหุ้นเด่น คงตำแนะนำ”ซื้อ”มูลค่าเหมาะสม 27 บาท เพราะ1.มีจุดแข็งด้าน Competitive Advantage ที่ชัดเจน ทั้งเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วประเทศ ฐานลูกค้ากระจายตัว และ ecosystem ทางการแพทย์ครบวงจร ช่วยลดความผันผวนของรายได้และสนับสนุนมาร์จิ้นปรับตัวขึ้นได้ในระยะยาวและ2.คาด ROE มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 15.7% ในปี 2569 เป็น 16.3%ในปี 2571 จากการเติบโตของกำไรและคาดจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นจาก 0.75 บาท ในปี 2569 เป็น 0.80 บาท ในปี 2571 ราคาหุ้นปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี

บล.กรุงศรีมองว่าความกังวลของตลาดต่อ BDMS ช่วงที่ผ่านมาเกิดจาก1) แรงกดดันเฉพาะในกัมพูชาและตะวันออกกลาง2) แนวโน้มกำไร ไตรมาสที่ 2/2569 ที่อาจยังไม่เด่นส่งผลให้ราคาหุ้น Laggard กว่า SET และกลุ่มโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการหดตัวของรายได้กัมพูชาที่ลดลงและรายได้ตะวันออกกลางที่ฟื้นตัวจากจุดต่าสุดในเดือนมี.ค.ทำให้คาดว่าแรงกดดันจากทั้งสองตลาดจะทยอยคลี่คลายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ทั้งนี้แม้ผู้ป่วยไทยยังเป็นรายได้หลักของ BDMS แต่การฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่มีอัตราการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรสูงกว่า จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเร่งตัวของกำไรและการกลับมา Outperform ของราคาหุ้น

ด้านราคาหุ้น BDMS  ซื้อขายที่ 18.40 บาท ลดลง 0.20 บาทหรือ -1.08% ณ เวลาประมาณ 11.15 น. ของวันที่ 18 มิ.ย.2569