HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 จุด แนวต้าน 1,600 จุด คาดดัชนียังได้ปัจจัยหนุน หลังราคาพลังงานปรับลดลง ด้านภาพรวมเช้านี้ “ตลาดเอเชียเหนือ” ปรับขึ้น ให้น้ำหนักบวกเปิดช่องแคบฮอร์มุซมากกว่าประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐอีก 1 ครั้งในปีนี้ หุ้นเด่นแนะนำ BAFS, BH
บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 จุด แนวต้าน 1,600 จุด คาดดัชนียังได้ปัจจัยหนุนหลังปัจจัยเสี่ยงด้านราคาพลังงานปรับลดลง ซึ่งส่งผลบวกต่อกำลังซื้อในประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง แนะนำทยอยซื้อ AOT,BA,BH,BDMS,BCH,MINT,CENTEL,ERW หลังสงครามตะวันออกกลางยุติ หุ้น GULF,GSPC,BGRIM,AMATA,WHA,WHAUP,CK,STECON จาก มาตรการส่งเสริมการลงทุนกลุ่ม Domestic Play เช่น CPALL,CRC,BJC,OSP,ICHI,KTC คาดได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว
วานนี้ DELTA -1.42% ส่งผลลบต่อดัชนี -4.95 จุด เนื่องจากมีโอกาสถูกปรับลดน้ำหนักในการรีบาลานท์ SET 50 ในช่วงสิ้นเดือนนี้ตามเกณฑ์ Cap Weight ไม่เกิน 10%
ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงาน PTTEP -1.1% ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ และ THAI -5.8% จากความกังวลต่อหุ้นจำนวน 1.98 หมื่นล้านหุ้น ที่พ้นระยะห้ามซื้อขายจะเริ่มเข้าเทรดได้ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ อย่างไรวานนี้มีประเด็นข่าวหุ้น THAI จำนวน 565 ล้านหุ้นที่ถือโดยสหกรณ์จะมีการทำ Big Lot ให้กับ 15 กองทุนระดับโลกเข้าถือหุ้น ซึ่งถือว่าเป็นผลบวกต่อเสถียรภาพราคาหุ้น THAI
วานนี้เม็ดเงินไหลเข้าซื้อลงทุนในหุ้นกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก, ไฟแนนท์, รพ. ที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัว หลังสหรัฐ – อิหร่านบรรลุตกลงข้อตกลงหยุดยิง
ภาพรวมเช้านี้ตลาดเอเชียเหนือปรับขึ้น โดยให้น้ำหนักกับข่าวบวกของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซมากกว่าประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐอีก 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อดัชนี SET เช้านี้ด้วย จากแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทย 2H/69 ที่เริ่มฟื้นตัว ส่วน ตลท.วานนี้รายงานหุ้นที่จะเข้า SET50 ในช่วง 2H/69 คือ BCP,MRDIYT,TFG,THAI และหุ้นเข้า SET100 คือ MRDIYT,THAI,THCOM,WHAUP
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.98%, S&P500 -1.21%, Nasdaq -1.34% นำโดยกลุ่มบริการสื่อสาร -2.98%, สินค้าฟุ่มเฟือย -2.69% หลังเฟดมีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% แต่สัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 1ครั้งในปีนี้ & เดิมมีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ สาเหตุมาจากความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อโดยเฟดปรับเพิ่มคาดการณ์ US Core PCE ปีนี้จากเดิมที่ 2.7% ขึ้นเป็น 3.3% ก่อนจะลดลงในปีหน้าที่ 2.5% และปรับลดคาดการณ์ US GDP ปีนี้ลงอยู่ที่ 2.2% & เดิมคาด 2.4% โดย ปธ.เฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช เผยเฟดจะยกเลิกการให้ Forward Guidance ของแนวโน้มดอกเบี้ย โดยภาพรวมนโยบายการเงินสหรัฐยังแนวโน้มตึงตัว ส่งผลให้ US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.465% ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่ม Growth ของสหรัฐ
ส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ยอดค้าปลีกสหรัฐ พ.ค. +0.9% & เม.ย. +0.4% และดีกว่าคาด +0.5% MoM ค่ำวันนี้ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์คาด 225,000 ราย และ US Leading Index พ.ค. คาดทรงตัวที่ 0.1% MoM
หุ้นแนะนำ BAFS (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus N.A.) BAFS ได้ sentiment บวกจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง ส่งผลบวกต่อความต้องการในการขนส่งทางอากาศ ประกอบกับสายการบินต่างชาติที่มีความต้องการเพิ่ม slot การบินในช่วง winter schedule ทำให้ 2H69 น่าจะเห็นการฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวบินที่เดินทางเข้าไทย
โดยในปี 69 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้รวม 3.85 พันล้านบาท +4% คาดการณ์ปริมาณการเติบน้ำมันอากาศยาน 5,560 ล้านลิตร +4% และปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อที่ 1,500 ล้านลิตร +11% งวด 1Q69 บริษัทมีกำไรสุทธิ 152 ล้านบาท +QoQ, YoY แต่แนวโน้ม 2Q-3Q อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาลก่อนจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q69 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว
หุ้น BH (ทยอยซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 209.0 บาท) มี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลางจากสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยตะวันออกกลางในช่วงปกติที่ราว 25% ด้านกำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ในเกณฑ์ดีที่ 1,790 ล้านบาท (+3.24%YoY, -5.05%QoQ ) หนุนด้วยรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่ +4%YoY -7%QoQ โดยกลุ่มชาติที่โตเด่น ได้แก่ ตะวันออกกลาง +21%YoY, เมียนมา +15% YoY, บังกลาเทศ+25%YoY
ขณะที่การดำเนินงานในช่วง 2Q69 นี้ แนวโน้มรายได้ยังดู +YoY และมีสัญญาณที่ดีจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เข้ามารับการรักษาหลังผ่านช่วงรอมฎอน ปัจจุบัน เราประเมินกำไรสุทธิปี 69 และ 70 ของ BH ที่ 7,895 ล้านบาท (+5YoY%) และ 8,280 ล้านบาท (+5YoY%) ตามลำดับ

