UBS แนะ “ซื้อ” THAI ปรับราคาเป้าหมาย 9.4 บาท

HoonSmart.com >>UBS ปรับราคาเป้าหมาย “การบินไทย”(THAI) เพิ่มขึ้น 57% จาก 6.0 บาท เป็น 9.40 บาท พร้อมปรับคำแนะนำ จาก”ถือ”เป็น”ซื้อ”   

บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) หรือ  UBS ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนสำหรับหุ้นของ การบินไทย (THAI) จาก “เป็นกลาง” (Neutral) ขึ้นสู่ “ซื้อ” (Buy) พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่เป็น 9.40 บาท/หุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาเป้าหมายเดิมของเราถึง 57%

UBS เชื่อว่าการบินไทยมีการจัดวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ที่ดีภายใต้บริบท (Narrative) ใหม่ของอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นจากคะแนนปัจจัยพื้นฐานสายการบินของ UBS (UBS Airlines Fundamental Score) ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ กลยุทธ์การยกระดับสู่ความพรีเมียม (Premiumization Strategy) ของบริษัท จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนที่ช่วยเพิ่มรายได้และทำให้อัตรากำไร (Margin) ปรับตัวดีขึ้น

การเปิดตัวห้องโดยสารชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) บนเครื่องบินลำใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงและตกแต่งใหม่ (Retrofitted Aircraft) ควบคู่ไปกับการผลักดันเพื่อยกระดับบริการระดับพรีเมียมในภาพรวม มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า (Customer Mix) ไปสู่กลุ่มที่ไม่ค่อยอ่อนไหวต่อเรื่องราคา (Less Price-Sensitive) ส่งผลให้เราคาดว่าในระยะยาว ความต้องการเดินทางในกลุ่มนี้จะมีความยืดหยุ่นต่อราคาน้อยลงเรื่อย ๆ (Inelastic Demand) หรือพูดง่าย ๆ คือ ต่อให้ตั๋วราคาขึ้น ลูกค้ากลุ่มนี้ก็ยังพร้อมที่จะจ่าย

ในขณะเดียวกัน การบินไทยมีสัดส่วนการบินในเส้นทางที่มุ่งหน้าไปสู่ทวีปยุโรปค่อนข้างสูง โดยคิดเป็นประมาณ 40% ของปริมาณการผลิตผู้โดยสารทั้งหมด (ASK: Available Seat Kilometers) ในปี 2025 จุดนี้อาจทำให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการชิงส่วนแบ่งปริมาณผู้โดยสาร (Traffic Share) มาจากสายการบินแถบตะวันออกกลาง (Gulf Carriers) ซึ่งในอดีตเคยเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างเอเชียและยุโรป

มุมมองด้านมูลค่าหุ้นและการปรับประมาณการกำไร

หลังจากราคาหุ้นของการบินไทยปรับฐาน (Correction) ลงมาถึง 61% จากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2025 เรามองว่ามูลค่าหุ้น (Valuation) ในปัจจุบันมีความน่าดึงดูดใจและน่าเข้าซื้อเป็นอย่างมาก

ในมุมมองของเรา ตลาดกำลังประเมินมูลค่าต่ำเกินไป (Under-appreciating) ทั้งในแง่ของปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างฝั่งอุปสงค์ (Demand Tailwinds) ที่ได้เปรียบจากการจัดวางเครือข่ายเส้นทางบิน และศักยภาพในการเพิ่มอัตรากำไรในระยะกลางที่แฝงอยู่ในกลยุทธ์การยกระดับสู่ความพรีเมียม

สำหรับการคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคต เรามีการปรับเปลี่ยนตัวเลขดังนี้:

วิธีการประเมินมูลค่า: เราประเมินมูลค่าหุ้นการบินไทยโดยใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF: Discounted Cash Flow) กำหนดให้ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของกิจการ (WACC) อยู่ที่ 7.8% (ลดลงจากเดิมที่ 8.3%) และอัตราการเติบโตในระยะยาวปีสุดท้าย (Terminal Growth Rate) อยู่ที่ 0% ซึ่งตัวเลขราคาเป้าหมายนี้จะคิดเป็นอัตราส่วน EV/EBITDA (มูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) ประจำปี 2026E อยู่ที่ 6.3 เท่า (6.3x)

———————————————————————————————————————————————————–