HoonSmart.com>>ดัชนีหุ้นปิด 1,587.07 จุด ลดลง 0.98 จุด ตลาดรอผลประชุมเฟดคืนนี้ แรงขาย DELTA ร่วง -1.42% มีผลต่อ SET -4.95 จุด หุ้น THAI -5.8% ชิงขายก่อนหุ้นกลุ่มเจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุนจะพ้นระยะเวลาห้ามขาย ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 933 ล้านบาท นักลงทุนในประเทศขาย 1,184 ล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 17 มิ.ย.2569 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,587.07 จุด -0.98 จุด หรือ -0.06% มูลค่าการซื้อขาย 63,789.15 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีแตะสูงสุดที่ 1,590.04 จุด และต่ำสุด 1,574.14 จุด
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 933.34 ล้านบาท รองลงมาบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 876.23 ล้านบาท ด้านนักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 1,183.67 ล้านบาทและสถาบันขายสุทธิ 625.89 ล้านบาท
ภาพรวมตลาดวันนี้ ดัชนีปรับตัวลดลงในกรอบจำกัด นักลงทุนสลับกลุ่มลงทุนเข้าสู่กลุ่มได้ประโยชน์จากสงครามยุติและราคาน้ำมันดิบที่ลดลงและเป็นกลุ่มที่ราคายัง laggard ในกลุ่มค้าปลีก โรงพยาบาล ไฟแนนซ์และโรงไฟฟ้า นักลงทุนรอผลประชุมเฟดคืนนี้
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) หุ้นปรับลงกดดัชนียังเป็นกลุ่มเดิมที่มีปัจจัยลบเฉพาะตัว อาทิ DELTA, THAI และ PTTEP จากราคาน้ำมันดิบหลุดแนวรับที่ระดับ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อย่างไรก็ตามดัชนีปรับลงจำกัด เนื่องจากนักลงทุนสลับเข้าลงทุนและเก็งกำไรหุ้นในกลุ่ม De-escalation และ Anti-Commodities นำโดย โรงพยาบาล (BDMS, BCH, CHG), โรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC), ค้าปลีก (HMPRO, GLOBAL, CRC) และ กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC, TIDLOR)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น THAI -5.80% นักลงทุนเทขายปรับ position หลังบริษัทแจ้งตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้นในกลุ่มเจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุนจะพ้นระยะเวลาห้ามขายหุ้นล็อตสุดท้าย (Lock-up) ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ โดยมีจำนวนหุ้นมากถึง 19,802 ล้านหุ้นคิดเป็น 70% ของหุ้นที่เรียกชำระแล้วทั้งหมดโดยมีต้นทุนต่ำอยู่ในช่วง 2.54 -4.48 บาท
MTC +2.54%, SAWAD +4.13%, TIDLOR +6.67% ราคาหุ้น laggard สุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม ผสานตลาดคาดหวังเงินหมุนเวียนและกำลังซื้อในระบบเพิ่มขึ้นหลังราคาพลังงานปรับลงและรัฐมีมาตรการช่วยเหลือ ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส
GPSC +2.96%, BGRIM +4.82%, EGCO +3.38% เช้าวันนี้เราออกออกบทวิเคราะห์ประเด็นไทยเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ่ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นกระตุ้นการใช้พลังงานไฟฟ้า ผสานตลาดดักเก็งกำไรภาครัฐ (EPPO) เตรียมประกาศแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ เป็นปัจจัยบวกหนุน MW Growth ในระยะถัดไป
KCE +6.29%, HANA +4.7% มีจิตวิทยาบวก วันนี้สิงคโปร์ประกาศยอดส่งออกไม่รวมน้ำมัน (Non-oil export) เดือน พ.ค. +38.4%y-y เร่งขึ้นจาก +24.4%y-y ในเดือน เม.ย. โตมากสุดในรอบ 23 ปี หนุนจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +94.8%y-y (media disk +227.8%y-y, PC +140.9%y-y, IC+80.9%y-y) สะท้อนทิศทางยอดขายใน 2Q26F โตแรงเป็นจิตวิทยาบวกกับหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย (DELTA ปรับลงจากปัจจัยลบเฉพาะตัวเรื่อง Capped weight)
TOP +2.86%, SPRC +2.17%, BCP +1.54% แม้มีปัจจัยลบจากงบ 2Q26F ซึ่งคาดว่าจะมี stock loss จำนวนมากหลังราคาน้ำมันดิบร่วงแรง แต่ตลาดมองข้ามและประเมินราคาหุ้นลดลงสะท้อนปัจจัยนี้ไปแล้วพร้อมปรับมุมมองเป็นบวกเพราะราคาน้ำมันดิบที่ลดลงคือต้นทุนโรงกลั่นจะลดลงตามหนุนค่าการกลั่นกลับมาสูงขึ้นในช่วงถัดไป
5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
DELTA ปิดที่ 347.00 บาท -5.00 บาท หรือ -1.42% มูลค่าการซื้อขาย 5,981.74 ล้านบาท
KBANK ปิดที่ 205.00 บาท -1.00 บาท หรือ -0.49% มูลค่าการซื้อขาย 2,368.38 ล้านบาท
PTTEP ปิดที่ 134.00 บาท -1.50 บาท หรือ -1.11% มูลค่าการซื้อขาย 2,226.56 ล้านบาท
SCB ปิดที่ 142.00 บาท -0.50 บาท หรือ -0.35% มูลค่าการซื้อขาย 2,192.62 ล้านบาท
KTB ปิดที่ 35.75 บาท -0.25 บาท หรือ -0.69% มูลค่าการซื้อขาย 2,083.68 ล้านบาท

