HoonSmart.com>>เจาะลึกมิติเชิงรุก คปภ.ติดปีเทคโนโลยี ผนึกเครือข่ายภาครัฐสกัดมิจฉาชีพ จัดระเบียบอินฟลูฯ คุมตัวแทน เติมเต็มความรู้ สร้างเกราะป้องกัน เสริมภูมิคุ้มครองผู้บริโภค
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เดินหน้านโยบายการกำกับฯจากการตั้งรับสู่การรุกคืบในทุกมิติ รวมถึงการดูแลผลประโยชน์ของประชาชน คุ้มครองผู้ทำประกันภัย รองรับโลกยุคดิจิทัลที่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกันภัยมีความซับซ้อนมากขึ้น ผ่านการจับมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ยกระดับความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคไทยอย่างเป็นรูปธรรม ในทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ และ นายชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ คปภ. ได้เข้าหารือกับ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนและเชื่อมโยงข้อมูลด้านการประกันภัยระหว่างสองหน่วยงาน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลดความซ้ำซ้อน ช่วยให้การแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
รวมถึง การยกระดับกลไกกำกับดูแลสู่มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านโครงการเตรียมความพร้อมเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้าน AML/CFT ซึ่งจัดโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมี พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน ซึ่งการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทยในฐานะสมาชิกฟกลุ่มเอเชียแปซิฟิก (APG) มีกำหนดจะเข้ารับการประเมินจากคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (FATF) ในปี 2571
ในบทบาทนี้ คปภ. จึงต้องทำหน้าที่เป็นหน้าด่านสำคัญในการกำกับดูแลให้บริษัทประกันชีวิตและวินาศภัย มีมาตรการภายในที่เข้มงวด ทั้งการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD/KYC) การรายงานธุรกรรมที่ต้องสงสัย ตลอดจนการคุมเข้มธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (ERM) เพื่อป้องกันไม่ให้ภาคธุรกิจประกันภัยตกเป็นช่องทางของการฟอกเงินหรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยทั้ง คปภ. และ ปปง. กำลังเร่งเตรียมลงนามบันทึกความตกลง (MOU) ร่วมกันภายในปี 2569 นี้ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลและรับมือกับอาชญากรรมทางการเงินรูปแบบใหม่เป็นไปอย่างเท่าทัน
ควบคู่กับการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ตั้งแต่ฐานรากก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดย น.ส.วสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค คปภ.ที่ขับเคลื่อนโครงการ “ยุวชนนักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่ ซึ่งเริ่มคิกออฟเมื่อปี 2568 และได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากสถานศึกษาทั่วประเทศกว่า 210 แห่ง ส่งผลให้ในปี 2569 นี้ คปภ. เดินหน้าต่อยอดเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาได้ปล่อยของ ผ่านกิจกรรม Boot Camp ฝึกคิด ฝึกสื่อสาร นำความรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนการเงินไปย่อยให้ง่าย แล้วถ่ายทอดสู่ครอบครัวและชุมชนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งล่าสุด ได้ลงพื้นที่นำร่องสร้างพลังแห่งการเรียนรู้ไปแล้วที่โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม จังหวัดลำปาง และโรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม จังหวัดสุโขทัย โดยมีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 300 คน และเตรียมปูพรมจัดกิจกรรมทั่วประเทศในลำดับถัดไป
รวามถึงการขยายแนวร่วมการคุมเข้มและส่งเสริมการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ เข้าสู่ในโลกออนไลน์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่านโครงการ “Responsible Voices สำหรับ Finfluencer” รุ่นที่ 3 ที่เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลต่อประชาชน โดยคำพูดหรือคอนเทนต์เพียงชิ้นเดียวสามารถส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของสังคมได้ในวงกว้าง โครงการนี้จึงมุ่งให้ความรู้เรื่องกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง เพื่อให้เหล่านักสร้างคอนเทนต์สื่อสารอย่างมีจริยธรรม ไม่ให้เข้าข่ายให้คำแนะนำที่ผิดกฎหมาย โดยเมื่อนับรวมทั้ง 3 รุ่น ปัจจุบันมี Finfluencer ผ่านการอบรมแล้วถึง 93 ช่องทาง รวม 114 ราย ซึ่งครองฐานผู้ติดตามรวมกันสูงถึง 34.5 ล้านคน
ขณะเดียวกัน ภายในธุรกิจเอง คปภ. ยังคงให้น้ำหนักกับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผ่านมาตรการ “คุมเข้มตัวแทน-นายหน้าประกันภัย” ในการขายผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันมีตัวแทนประกันภัยสูงถึง 244,048 ราย สำนักงานตัวแทนประกันภัย 2,318 แห่ง ขณะที่ฝั่งนายหน้าประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดามีจำนวน 321,759 ราย และนายหน้าประกันภัยนิติบุคคลอีก 736 บริษัท โดยโครงสร้างพบว่าตัวแทนประกันภัยจะกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจประกันชีวิตเป็นหลัก ส่วนนายหน้าจะเน้นไปทางธุรกิจประกันวินาศภัยมากกว่า
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ คปภ. ได้เกาะติดและใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางกลไกกำกับดูแลการขายเพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค
ทั้ง 5 ขับเคลื่อนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงระบบของ คปภ.-สคบ., การยกระดับเกณฑ์ AML/CFT ร่วมกับ ปปง., การปั้นยุวชน Insurefluencer การจัดระเบียบ Finfluencer ร่วมกับ ก.ล.ต. และ ธปท. และการจัดระเบียบและอัปเดตสถิติคนกลางประกันภัย ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญต่อการเปลี่ยนโฉมหน้าการคุ้มครองผู้บริโภคด้านประกันภัยในยุคดิจิทัล ให้มีความปลอดภัย มั่นคง ในระยะยาว
