HoonSmart.com>>ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ ครบรอบ 4 ปี มุ่งผลักดันกลุ่มอุตสาหกรรม New Economy สู่ตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน ในงาน LiVEx Investor Day 2026
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ กล่าวว่า LiVEx มุ่งมั่นยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างมีมาตรฐาน โดยเห็นผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนจากการที่ บมจ. เอ็ม เอ็ม เอ็ม แคปิตอล สามารถยกระดับการดำเนินงานและย้ายจาก LiVEx ไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้สำเร็จในปี 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของ LiVEx ในการเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งต่อธุรกิจให้เติบโตต่อไป
สำหรับปี 2569 LiVEx มุ่งเน้นธุรกิจในกลุ่ม New Economy มากขึ้น โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการในกลุ่มดังกล่าวหลายรายเริ่มเข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมเพื่อระดมทุนแล้ว ซึ่งครอบคลุมธุรกิจ New Economy ที่มีศักยภาพเติบโตและสอดรับเมกะเทรนด์โลก ประกอบด้วย ธุรกิจพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Green & Energy Tech) ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มและ Social Commerce ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Commerce) ธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Software, Big Data, MarTech และ IT Outsourcing รวมถึงโซลูชันด้าน Internet of Things (IoT) และ Internet of Vehicles (IoV) ที่เข้ามายกระดับภาคโลจิสติกส์ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของผู้ประกอบการไทยที่กำลังก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน LiVEx มีหลักทรัพย์จดทะเบียน 10 บริษัท (ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน มีหลักทรัพย์จดทะเบียนรวม 11 บริษัท โดย 1 บริษัทได้ย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อปี 2568) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 5,477.25 ล้านบาท และมูลค่าระดมทุนรวม 395 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ LiVEx ยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานคุณภาพของ SMEs และ Startups ไทยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการรักษาความหลากหลายของประเภทธุรกิจในตลาดทุน เพื่อสร้างทางเลือกที่ครอบคลุมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว
LiVEx เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเติบโตของ SMEs และ Startups โดยเฉพาะ ภายใต้หลักการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับ SMEs และ Startups ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุน และการเปิดเผยข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ LiVEx กำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทุนให้เป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถรับความเสี่ยงได้ อาทิ ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนที่ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถด้านการลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของบริษัทในตลาดที่อยู่ในช่วงเติบโต
