HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง ชี้ MSCI ACWI เดือนเมษายนบวก 9% นักลงทุนกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-On แม้ตะวันออกกลางยังตึงเครียด S&P 500 Net Margin มีแนวโน้มแตะ 13.4% สูงสุดตั้งแต่ปี 2009 ขณะที่ Forward EPS ปรับขึ้น 5% ต่อเนื่อง หนุนแรงซื้อหุ้นใหญ่-เทคโนโลยีขนาดกลาง-เล็ก แนะกลยุทธ์พฤษภาคมสะสมหุ้นพื้นฐานแข็งแรง หุ้นปันผลสูง หุ้นมีโอกาส Earnings Surprise GUNKUL – MRDIYT – TOP – IVL – TRUE – GPSC
นายชาญณรงค์ มีชัยเจริญยิ่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล.บัวหลวง วิเคราะห์ แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ ประเด็นสำคัญจากรายงาน Cross Asset เดือนเมษายน Part 1 Global Strategist’s View ว่า
ภาวะการลงทุนเดือนเมษายนสะท้อนการกลับเข้าสู่ risk-on แม้ความเสี่ยงตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่คลี่คลาย แต่ MSCI ACWI ปรับขึ้น 9% โดยแรงซื้อกระจายทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ CNN Fear & Greed Index พลิกจาก Extreme Fear สู่ Greed สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มมองความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เป็น shock ชั่วคราว มากกว่าผลกระทบที่ยืดเยื้อต่อเศรษฐกิจและกำไรบริษัท
BLS Wealth ประเมินว่าการฟื้นตัวรอบนี้เป็น Healthy Broadening มากกว่า Late-cycle Chasing เพราะเกิดขึ้นหลังตลาดปรับฐานแรงจน valuation กลับมาอยู่ในระดับน่าสะสม ขณะเดียวกันแรงซื้อไม่ได้จำกัดอยู่ในหุ้น Mega Cap เท่านั้น แต่ยังขยายไปยังหุ้นเทคโนโลยีขนาดกลางและเล็กพร้อมกัน สะท้อนว่าสภาพคล่องกำลังไหลกลับเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง มากกว่าการสลับกลุ่มเล่นระยะสั้น นอกจากนี้การพุ่งขึ้นพร้อมกันของหุ้นจำนวนมากหลังภาวะ panic sell มักเป็นสัญญาณของการเข้าสู่ Accumulation Phase มากกว่า Exhaustion Phase
ในด้านปัจจัยพื้นฐาน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจาก net profit margin ของ S&P 500 ที่มีแนวโน้มแตะระดับ 13.4% ในไตรมาส 1/26 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 2009 โดย Forward EPS 2026 ถูกปรับขึ้น 5% ในช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา และเกิดใน 7 จาก 11 เซกเตอร์ ต่อเนื่องแม้ในช่วงสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ขณะที่ Forward PER ของ S&P 500 ลดลงจาก 26.7 เท่า เหลือ 21.9 เท่า สะท้อนว่า EPS เติบโตเร็วพอจะรองรับการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น ช่วยจำกัดความเสี่ยง de-rating
สำหรับแนวโน้มในเดือนพฤษภาคม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีโอกาสเดินหน้าต่อภายใต้โครงสร้างกำไรที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่ม AI Hardware & Connectivity ที่ยังมีความชัดเจนด้านการเติบโตของรายได้สูง อย่างไรก็ตามความเสี่ยงหลักที่ยังต้องติดตามคือทิศทางเงินเฟ้อที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ Fed แต่ในปัจจุบันข้อมูล 10-Year Expected Inflation ยังค่อนข้างทรงตัว สะท้อนว่าตลาดยังตีความผลกระทบจากสงครามเป็นเพียง shock ระยะสั้น มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรเงินเฟ้อรอบใหม่ ซึ่งหากความคาดหวังด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้ โอกาสที่ bond yield จะสร้างแรงกดดันต่อ valuation อย่างรุนแรงก็จะมีอยู่อย่างจำกัด
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้

กราฟฟิค AI ข้อมูลจาก บล.บัวหลวง
สัปดาห์นี้เป็นต้นไปจะเข้าสู่ฤดูประกาศงบการเงิน และคาดจะมีน้ำหนักต่อราคาหุ้นรายตัวให้มีการซื้อไล่ราคา หนุนราคาหุ้นบวกดีกว่าดัชนีฯ
โดยหุ้นรายตัวที่จะรายงานงบระหว่างสัปดาห์นี้ เช่น TU (ลุ้นดีตาม ITC), GUNKUL, TOP, IVL, MRDIYT เป็นตัวเต็งที่เราคาดมีโอกาสเห็น Earnings Surprise เชิงบวกตามมุมมองคาดการณ์กำไรจาก BLS Research เทียบ Consensus
และอาศัยธีมการลงทุนบวกกับคาดการณ์กำไรมีลุ้นดีเกินคาด รอบนี้เราจับ 2 กระแสลงทุนมาประกอบกัน และแนะนำถือหุ้น Run trend ตามหุ้นแนะนำพอร์ตลงทุนของเรา เช่น GUNKUL, MRDIYT, STECON, CCET, AMATA, WHA, WHAUP เป็นต้น
ส่วนการเล่นหุ้นดักงบ Earnings (pure play) เพียวๆ แนะนำดูตามตารางคาดการณ์งบที่จะประกาศในแต่ละวัน จากการเทียบคาดการณ์ของเรา (BLS Research) กับตลาด (Consensus) สำหรับหุ้นเล่นดักงบที่มองว่ามีโอกาสสร้าง Positive Surprise ได้แก่ TRUE, GPSC, SPRC, TOP, IVL แต่การเล่นดักงบในหุ้นบางตัวรอบนี้ เราแนะนำให้ขายรับข่าวดี (Sell into strength) เพราะการที่รายงานกำไรออกมาดีครั้งนี้จะเริ่มมีความเสี่ยงในไตรมาส 2 ซึ่งน่าท้าทายว่าจะยังสามารถรักษาฐานกำไรแบบนี้ต่อไปได้อีกหรือไม่
ด้วยสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ภาวะคอขวดช่องแคบฮอร์มุซ กดดันต้นทุน การผลิต การเดินทางท่องเที่ยว กระทบโดยตรงกับกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน การท่าอากาศยาน ปิโตรเคมี โรงกลั่น โรงไฟฟ้า ค้าปลีก ทำให้งบไตรมาสถัดๆ ไปมีความเสี่ยงกำไรต่ำกว่าคาด แนะนำให้ขายทำกำไรรับข่าวงบดี และรอให้ราคาหุ้น Consolidated สะท้อนสถานการณ์ หรือจนกว่าจะเห็นพัฒนาการเชิงบวก ค่อยซื้อหุ้นกลุ่มเหล่านี้คืนยังทัน
กลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และเพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร
