HoonSmart.com>>หุ้นบริษัทฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) เข้าโครงการ JUMP+ ตั้งเป้า 3 ปี (2569-2571) กำไรแตะ 700 ล้านบาท เติบโต 20%(ไม่รวมธุรกิจใหม่) ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง จากโมเดลธุรกิจ 3 ขาอยู่ในเทรนด์ และเป็นสิ่งจำเป็น เพิ่มงบลงทุนทุกปี จุดเด่นอยู่ในกลุ่ม ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH) มีนวัตกรรมที่พัฒนาเอง สามารถต่อยอดเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรสูง ช่วยผลักดันราคาหุ้น และอัตราผลตอบแทนเงินปันผล(ยีลด์) ที่ดี ท่ามกลางความเสี่ยงมากมาย

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวหุ้นสมาร์ท”ว่า FSMART ได้เข้าโครงการ JUMP+ โดยตั้งเป้าปี 2571 กำไรแตะ 700 ล้านบาท เติบโต 20% จากสิ้นปี 2568 กำไรนิวไฮแตะ 587 ล้านบาท (เติบโต 30% จากปี 2567) และในปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 8-10% ซึ่งเป็นการประมาณการอย่างอนุรักษ์นิยม และมั่นใจว่าจะทำได้ เนื่องจากทุกกลุ่มธุรกิจมีการปรับตัว ต่อยอดระบบนิเวศ (Ecosystem) สร้างรายได้สม่ำเสมอและกำไรที่ดี
ทั้งนี้ ในปี 2565-2568 มีกำไรสุทธิ 301.89 ล้านบาท 299.45 ล้านบาท 430.45 ล้านบาท และ 586.78 ล้านบาทตามลำดับ โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น จากระดับ 12.20%13.28%17.39%และ สูงถึง 21.96%ในปี 2568
กำไรที่เติบโตของ FSMART มาจากธุรกิจ 3 ขา อยู่ในเทรนด์ และเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งมีการลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปี สำหรับในปี 2569 เงินทุนส่วนใหญ่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายสินเชื่อ และอีกประมาณ 100-200 ล้านบาทในการขยายเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า GINKA จาก 600 หัวชาร์จเพิ่มเป็น 1,000 หัวชาร์จ
ธุรกิจของ FSMART ประกอบด้วย
1.บริการเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติ FSMART เป็นเจ้าของ”ตู้บุญเติม”มากกว่า 1 แสนตู้ (เช่น เติมเงินโทรศัพท์มือถือ (Pre-paid) , จ่ายบิล) ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจมากมายในการบริหารตู้ เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น เทสโกโลตัส ธนาคาร 9 แห่ง มีกำไรเติบโตดี เนื่องจากตัดค่าเสื่อมราคา 8 ปีหมดแล้ว และบริการทางการเงินที่จำเป็น เช่น การโอนเงินของคนต่างด้าวกลับบ้านประมาณ 5 แสนคน รายได้อาจจะเท่าเดิม แต่เบ่งกำไรได้มาก ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตต่ำขนาดไหน ลูกค้าก็ยังต้องการใช้บริการที่สะดวก รวดเร็ว ราคาต่ำ และจะมีบริการเพิ่มเติมคือ หวยเกษียณ (สลาก กอช.)
2. สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน (ไมโครไฟแนนซ์) มาเติมกำไร ให้บริการมา 3 ปี สิ้นปี 2568 พอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท จากเดิมคาดว่าจะจบลงที่ 1,800-2,000 ล้านบาท สร้างกำไรประมาณ 100 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 20%ของกำไรสุทธิ 586.78 ล้านบาท
ธุรกิจนี้ ทำกำไรได้ดีมาก โมเดลธุรกิจ ให้บริการผ่านแอฟ เหมือน Virtual Bank ไม่มีสาขา ตั้งทีมติดตามหนี้ พัฒนาระบบ IT รวมถึง Call Center ในการบริหารจัดการเอง ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานต่ำ ขณะที่
ปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าคนละ 10,000 -20,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 23% ต่อปี ใช้เวลาในการผ่อนประมาณ 2-3 ปี จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นลูกจ้างรัฐ มีรายได้ประจำ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรืออสม.
” เราเคยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อปีละ 1,000 ล้านบาท แต่ทำไม่ได้ตามแผน มองว่าการเพิ่มพอร์ตสินเชื่อไม่ยาก แต่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นหนี้เสีย ปัจจุบันมี NPLs ประมาณ 5-6% พยายามควบคุมไม่ให้เกิน 6%ธุรกิจนี้มีโอกาสเติบโตอีกมาก แผน 3 ปีในโครงการ JUMP + ตั้งเป้ากำไร บนสมมุติฐานสินเชื่อเพิ่มขึ้นเท่าตัว จาก 1,500 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท”นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
3.ธุรกิจชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า GINKA Charge Point (กิ้งก่า อีวี) รับรายได้-กำไร จากการชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ไกล และมีพันธมิตรในการติดตั้งตู้ ปัจจุบันประเทศไทยมีรถ EV ทั้งหมด 3-4 แสนคัน ประมาณ 60% ชาร์จจากไฟบ้าน แต่จะต้องใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง และใช้บริการชาร์จนอกบ้านประมาณ 40% กรณีของเราชาร์จเร็ว ใช้เวลาเพียง 30 นาที แต่ธุรกิจยังไม่ได้กำไรมาก การเติบโตไม่หวือหวา จะต้องมีการลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปี สำหรับปีนี้ ตั้งเป้าเป็น 1,000 จุด จากปัจจุบันมีจำนวน 600 จุด รูปแบบธุรกิจก็มีความหลากหลาย บริษัทลงทุนเอง หรือร่วมกับห้างสรรพสินค้า หรือคอนโดมิเนียม บนทำเลที่ดี ลงทุนติดตั้ง แล้วแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน
4. บริษัทฯถือหุ้นในบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตและบริหารจัดการ “ตู้เต่าบิน” ในสัดส่วน 26.71% นอกจากเพิ่มจำนวนตู้แล้ว ยังพัฒนาเป็นตู้พรีเมี่ยม เสนอบริการ เครื่องดื่ม ทั้งกาแฟ ชาเขียว ชาไทย ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าที่หลากหลาย และประมาณไตรมาส 2 นี้ จะออกผลิตใหม่ ตู้ทอดอาหาร เพราะกลุ่มทำตู้มีหลายฟังก์ชั่น สามารถต่อยอดได้อีกมาก โดยไม่ต้องทุ่มเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่ ปัจจุบันมีการส่งออกนวัตกรรมของคนไทยออกไปต่างประเทศ ถึง 10 ประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย ดูไบ อังกฤษ
หุ้นฟรีโฟลท 30% ยีลด์ดี-ราคาเพิ่ม
หุ้น FSMART มีสภาพคล่องสูงในตลาดหลักทรัพย์ ปริมาณหมุนเวียน (ฟรีโฟลท) มากถึง 30% ปัจจุบันมีกองทุนต่างประเทศถือหุ้นประมาณ 4-5% ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ถือลงทุนระยะยาว บริษัทฯมีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อสร้างการเติบโต จึงมีการปรับการจ่ายเงินปันผลจากที่เคยจ่ายประมาณ 80-90% ของกำไรสุทธิแต่ละปี เหลือประมาณ 50% โดยบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในแต่ละปีในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ พยายามดูแลผู้ถือหุ้น ปีล่าสุดให้อัตราผลตอบแทน (ยีลด์) มากกว่า 5 % และยังมีกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นจากการเติบโตของรายได้และกำไรเติบโตขึ้นทุกปี
“เราจะต้องลงทุนทุกปี ให้เงินสนับสนุนธุรกิจสินเชื่อ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ยืนบนลำแข็งของตัวเองได้ เติบโตเต็มที่จะสามารถกู้เงินจากธนาคารได้เอง หรือหาเงินได้เอง เมื่อมีความพร้อมก็จะส่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ “นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
ล่าสุดวันที่ 30 เม.ย. 2569 ราคาหุ้น FSMART ปิดที่ 6.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท คิดเป็น+2.29% มูลค่าซื้อขายรวม 46.85 ล้านบาท
———————————————————————————————————————————————————–

