GULF โบรก ฯ แห่เชียร์เคาะเป้าสูงสุด 91 บ. มองไตรมาส 1 โกยกำไรทุบสถิติใหม่ 9 พันล.

HoonSmart.com >> โบรกเกอร์ อย่างน้อย 4 แห่ง แห่เชียร์ “ซื้อ” GULF  ปรับเป้าหมายสูงสุด 91 บาท มอง Q1-Q2/69 กำไรปกติ ทำ New High คาดกำไร 9 พันล.  มี upside จากธุรกิจโทรคมนาคมและการขยายโรงไฟฟ้า  ชู! เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มโรงไฟฟ้า 

 

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) 4 แห่ง ออกบทวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น GULF โดยให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 91 บาท และต่ำสุด 66 บาท ประกอบด้วย

บล.หยวนต้า ปรับราคาเป้าหมาย ขึ้นเป็น 91 บาท ขณะที่ บล.กรุงศรี ให้ราคาเป้าหมาย 70 บาท ,  บล.เอเซียพลัส    มูลค่าพื้นฐาน 71.25 บาท และ บล.เคจีไอ ให้ ราคาเป้าหมาย 66  บาท

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)  คาดแผน PDP ใหม่ของไทยจะมีความชัดเจนภายใน พ.ค. นี้คาดจะเป็นโอกาสการเติบโตรอบใหม่ของธุรกิจโรงไฟฟ้าของ GULF ทั้ง IPP และพลังงานทางเลือก

ขณะที่บริษัทลูกอย่าง ADVANC คาดเติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY ใน 1Q26 จากฐานลูกค้า ARPU สูงเพิ่มขึ้น และต้นทุนค่าคลื่นใหม่ตัดจำหน่ายน้อยลง

ปรับประมาณการกำไรขึ้น 7 – 9% โดยแนวโน้มกำไรคาดทำระดับสูงสุดใหม่ได้ต่อใน 1Q26 และต่อเนื่องถึง 2Q26 จากโอกาสในการรับเงินรายได้โรงไฟฟ้าลมในเวียดนามส่วนที่เหลือ และรับรู้เงินปันผลจาก KBANK

ราคาหุ้นปรับตัวลงตามตลาด และ Bond yield ไทยและสหรัฐฯสูงขึ้น แต่ผลกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างจำกัด และผ่านพ้นช่วงจำหน่ายหุ้นกู้ล็อตใหญ่ของปีนี้ไปแล้ว ทำให้ PER26 ลดลงเหลือเพียง 24 เท่าสวนทางกับทิศทางธุรกิจที่สดใส ปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นเป็น 91 บาท

บล.กรุงศรี  แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย  70 บาท มองการเติบโตต่อเนื่อง   คาดกำไรปกติ 1Q26F ที่ 8.4 พันลบ. (+29% y-y, +7% q-q)  รายได้โครงการ Mekong Wind เพิ่มขึ้นราว 600 ลบ. หลังกลับมารับรู้ค่าไฟในอัตราปกติ การ COD โรงไฟฟ้าโซล่าร์ 354 MW  ที่ยังเติบโต y-y จาก ADVANC และ Jackson ซึ่งหากเป็นไปตามคาด 1Q26F จะคิดเป็น 26% ของประมาณการเรา

แนวโน้ม Q2/69  คาดกำไรปกติเร่งตัว y-y, q-q จากเงินปันผล KBANK ราว 2.8 พันลบ. (ที่สัดส่วนถือหุ้น 10%), การรับรู้ค่าไฟ Mekong Wind ที่อัตราปกติต่อเนื่อง

มอง GULF เป็นหุ้นขนาดใหญ่   ที่มีแนวโน้มรายได้สูงสุดในกลุ่ม ทั้งยังพร้อมเติบโตภายใต้ธีม Data Center และ PDP26F บนฐานทุนที่พร้อมรองรับ MW growth ใหม่ คงคำแนะนำ ” ซื้อ  เป็น Top pick ของกลุ่มโรงไฟฟ้า

บล.เอเซียพลัส แนะ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 71.25 บาท จากปัจจัยพื้นฐานที่ แข็งแกร่ง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งราคาหุ้นช่วงที่ผ่านมาปรับฐานลงตามกลุ่ม โรงไฟฟ้า จากความกังวลด้านต้นทุนก๊าซฯ ที่เพิ่มขึ้น จากผลกระทบต่อสงคราม ขณะที่ ผล กระทบต่อ GULF ยังจำกัด จากสัดส่วนโรงไฟฟ้า IPP ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ส่งผ่าน ต้นทุนพลังงานไปยัง EGAT ได้เกือบทั้งหมด แนะนำหาจังหวะทยอยสะสมลงทุนระยะยาว

คาดกำไรปกติ ทำ New High ต่อเนื่องใน 1Q69-2Q69 โดยกำไรปกติปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 15.1% qoq มาอยู่ที่ 9.1 พันล้านบาท สูงสุดรายไตรมาสเป็นประวัติการณ์ โดยมีแรงหนุนจากปริมาณขายไฟฟ้า กลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ที่เพิ่มขึ้นหลังผ่านพ้นช่วง low season เช่นเดียวกับกลุ่ม SPP ที่การ หยุดซ่อมบำรุงที่น้อยลง

นอกจากนี้ คาดค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวลดลง จากค่าใช้จ่ายช่วยเหลือสังคมที่ลดลงสู่ระดับปกติ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากกลุ่มบริษัทร่วมคาดยังทรง ตัว QoQ ได้แม้คาดส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC จะอ่อนเล็กน้อย เนื่องจากไม่มีรายการ พิเศษดังที่เกิดขึ้นใน 4Q68 รวมถึงโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯที่มีการหยุดซ่อมบำรุง ตามแผนราว 1 เดือน แต่คาดยังมีแรงหนุนชดเชยจากกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP และ SPP ในส่วน ของบริษัทร่วมที่มีปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น QoQ

บล.เคจีไอ  แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 66 บาท คาดผลดำเนินงาน Q1/69  ทำสถิติกำไรหลักสูงสุดใหม่อีกครั้ง
ที่ 8.8 พันลบ. (+70% YoY และ +15% QoQ) (คิดเป็น 27% ของกำไรหลักปี 2569F) ยก GULF เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มโรงไฟฟ้าช่วง 2Q69 สำหรับนักลงทุนระยะยาว

แนวโน้ม กำไรสุทธิ 2Q69F น่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งที่มากกว่า 1 หมื่นลบ.หนุนจาก 1. กำไรจากการขายเงินลงทุนบางส่วนในโครงการ Pak Lay ราว 1.8 พันลบ. , 2. เงินปันผลรับจากธนาคารกสิกรไทย 3.5 พันล. , 3. โรงไฟฟ้า IPP เป็นช่วง high season และ 4. กำไรจาก ADVANC ดีขึ้น

ส่วนราคาก๊าซ SPP ใน 2Q69F คาดจะเพิ่ม 50 บาทอยู่ที่ 350 บาท/mmbtu แต่ GULF จะได้รับผลกระทบจำกัดเพราะยอดขายไฟฟ้าที่มาจากลูกค้าอุตสาหกรรมมีเพียง 6% ทั้งนี้ คาดว่ากำไรหลัก 2H69F จะแข็งแกร่งกว่า 1H69 จากกำลังการผลิตใหม่และเป็นไตรมาสสูงสุดของ ADVANC ใน 4Q69F

อย่างไรก็ตาม กำไรมี upside จากธุรกิจโทรคมนาคมและการขยายโรงไฟฟ้า โดยประมาณการกำไรหลักปี 2569–71F เห็น upside อีก 3–5% จากการปรับเพิ่มกำไรของ ADVANC อีก 3–6%  และกำไรจากการขายเงินลงทุนโครงการ Pak Lay ที่ 1.8 พันลบ.

โดยที่ GULF อยู่ในฐานะดีที่จะได้การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ของไทยราว 6–7GW ในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ของไทย (PDP) ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ภายในปี 2569 ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง GULF ยังมีความยืดหยุ่นในการเข้าซื้อกิจการในยุโรปและสหรัฐอเมริกาซึ่งอุปสงค์ไฟฟ้าสูง—โดยเฉพาะจากโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI—กำลังเติบโตเร็วกว่าประเทศไทย และจะเป็นแรงหนุนกำไรระยะยาว