HoonSmart.com>> ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้งสามดัชนีหลักปิดบวก ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 353 จุด ความหวังบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ด้านหุ้น SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีทที่ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ราคาพุ่งในการเปิดซื้อขายครั้งแรก ด้าน “ราคาน้ำมันดิบ” ร่วงกว่า 3% ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความหวังว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ และหลังหุ้น SpaceX การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีทที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พุ่งสูงขึ้นในการเปิดซื้อขายครั้งแรกหลังเสนอขายหุ้น IPO
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 51,202.26 จุด เพิ่มขึ้น 353.51 จุด,+0.70%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,431.46 จุด เพิ่มขึ้น 37.16 จุด, +0.50%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,888.84 จุด เพิ่มขึ้น 79.18 จุด,+0.31%
ในสัปดาห์นี้ ดัชนีหลักทั้งสามปรับตัวขึ้นประมาณ 7%
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านส่งสัญญาณว่าข้อตกลงยุติสงครามใกล้จะบรรลุผลแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่าร่างข้อเสนอที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวหลายครั้งตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมว่าข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติสงครามใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว
Space X บริษัทผลิตจรวดของอีลอน มัสก์ เปิดตัวในตลาดหลักหลักทรัพย์ Nasdaq ที่ราคา 150 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยใช้สัญลักษณ์ SPCX ซึ่งสูงกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์ หุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 20% ในเวลาไม่นานหลังจากเปิดตลาด และปิดตลาดที่ราคาประมาณ 161 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19%
ราคาหุ้น SpaceX พุ่งสูงขึ้นช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้บางคนในวอลล์สตรีทเชื่อว่าหุ้นอื่นๆ อาจมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
หุ้นของบริษัทอวกาศอื่นๆ ที่พุ่งสูงขึ้นก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ปรับตัวลงในวันศุกร์ หุ้นของ Rocket Labs ลดลง 10.8% ขณะที่ Intuitive Machines ลดลง 13.1% และ Planet Labs ลดลง 8.8%
การซื้อขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในวันนี้ค่อนข้างผันผวน แต่ก่อนหน้านี้ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากความหวังในความสำเร็จของการเปิดตัว SpaceX ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ดี เนื่องจากมีหน่วยงาน xAI หุ้น Nvidia ที่เป็นที่ชื่นชอบในด้าน AI ปิดตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่หุ้นอื่นๆ เช่น Advanced Micro Devices และ Alphabet ปรับตัวสูงขึ้น 4.7% และ 0.5% ตามลำดับ Broadcom และหุ้นซอฟต์แวร์ AI อย่าง Palantir Technologies
ปิดตัวลงในแดนลบ เช่นเดียวกับ Amazon และ Meta Platforms
หุ้น Tesla อีกบริษัทหนึ่งของ อีลอน มัสก์ ปิดเพิ่มขึ้น 1.8%
เจค ดอลลาร์ไฮด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Longbow Asset Management ในเมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา กล่าวว่า ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพที่รายงาน
ออกมาช่วยยกระดับความเชื่อมั่น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันและลดความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
นักลงทุนยังมองไปที่การประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของเควิน วอร์ช เพื่อหาสัญญานว่ามีแนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ ขณะที่เทรดเดอร์คาดการณ์โอกาส 55% ที่จะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม
สัปดาห์นี้กองทุนหุ้นสหรัฐฯ มีเงินไหลออกรายสัปดาห์ครั้งแรกในรอบสามสัปดาห์ และเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ดัชนีเทคโนโลยี ก็ปรับฐาน นักวิเคราะห์เชื่อว่า การอ่อนตัวที่เมื่อเร็วๆ นี้ อาจเกิดจากการที่นักลงทุนลดการถือครองหุ้นก่อนการเปิดตัวของ SpaceX
ปัจจุบัน SpaceX ติดอันดับบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
นักลงทุนจับตาการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัท AI อย่าง OpenAI และ Anthropic ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงปลายปี
ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้น โดยดัชนีหลักๆ ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% จากความหวังใหม่เกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงทางการทูตในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลงและสร้างมุมมองทางบวกให้กับตลาด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านและกล่าวว่าอาจบรรลุข้อตกลงได้เร็วที่สุดในสุดสัปดาห์นี้
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 633.21 จุด เพิ่มขึ้น 11.68 จุด, +1.88% และเพิ่มขึ้น 1.7% ในรอบสัปดาห์นี้
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,471.72 จุด เพิ่มขึ้น 167.84 จุด,+1.63%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,350.87 จุด เพิ่มขึ้น 150.08 จุด, +1.83%)
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,635.30 จุด เพิ่มขึ้น 425.59 จุด,+1.76%
ดัชนี IBEX 35 ของสเปน ทำผลงานได้ดีกว่าดัชนีอื่นๆ ในภูมิภาค โดยปรับตัวขึ้นมากกว่า 2.6% และทำสถิติ all-time high
คริส บิวแชมป์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ IG Group กล่าวว่า หลังจากผันผวน 1-2 สัปดาห์ และการปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ การปรับตัวขึ้นครั้งนี้ได้ช่วยหนุนความเชื่อมั่นทั่วทั้งยุโรปได้
หุ้นยุโรปยังคงมีราคาถูกกว่าหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอาจถึงเวลาที่นักลงทุนจะหันมามองหุ้นในยุโรปด้วยความมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากราคาหุ้นที่ต่ำกว่า
การปิดท้ายสัปดาห์ในเชิงบวกเกิดขึ้นหลังจากหุ้นยุโรปมีความผันผวนอย่างหนัก โดยหุอนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ผันผวนอย่างรวดเร็ว
ธนาคารที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักรเผชิญกับแรงกดดันจากกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในจีน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ของธนาคารกลางยุโรป
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าต้นทุนการกู้ยืมจะเพิ่มขึ้นอีก 0.25% ก่อนสิ้นปี
หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นกลุ่มเดียวที่ปรับตัวลงในวันศุกร์ โดยปรับตัวลง 1% ตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและสันทนาการ เป็นกลุ่มที่ปรับขึ้นได้ดีที่สุดโดยเพิ่มขึ้น 4.1% และแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน สายการบิน Lufthansa และ Air France เพิ่มขึ้น 5.2% และ 8.4% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวครบวงจร TUI AG พุ่งขึ้น 8.7%
ดัชนี STOXX 600 กลุ่มธนาคาร นำการปรับขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 4.3% โดยเฉพาะ Deutsche Bank และ Societe Generale ต่างเพิ่มขึ้นมากกว่า 6%
หุ้น Novo Nordisk เพิ่มขึ้น 1.7% หลังจากหน่วยงานกำกับดูแลยาของอังกฤษอนุมัติยาเม็ดลดน้ำหนักของบริษัทเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้สหราชอาณาจักรเป็นตลาดแรกในยุโรปที่ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาด้วยยาเม็ดดังกล่าวได้
ในส่วนของข้อมูลเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีลดลงเล็กน้อยเหลือ 2.7% ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่เศรษฐกิจของอังกฤษหดตัวลง 0.1% ในเดือนเมษายน
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 2.83 ดอลลาร์ หรือ 3.23% ปิดที่ 84.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 3.05 ดอลลาร์ หรือ 3.37% ปิดที่ 87.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

