จับตา 1,440 จุดยืนได้=ฟื้นตัว หลุดเปลี่ยนเทรนด์- BLS แนะเก็บหุ้นปันผล

HoonSmart.com >> บล.บัวหลวง SET Index วัดใจที่ EMA 50 วัน หากยืนได้มีโอกาสฟื้นรอบใหม่ แต่หากหลุด 1,440 จุดต้องระวังการเปลี่ยนเทรนด์ แนะนักลงทุนควรโฟกัสหุ้นปันผลสูง คาด 5 หุ้น มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเกินค่าเฉลี่ย 10 ปี เกิน 2SD ใกล้ช่วงโควิด

นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.บัวหลวง (BLS) มองแนวโน้มตลาดวันนี้ ว่า จาก สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติเริ่มขายสุทธิหุ้นไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศเริ่มขายสุทธิลดลง ในภาพรวมรายย่อยยังเป็นผู้ซื้อสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หุ้นรายตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มธนาคาร สื่อสาร และท่องเที่ยว ติดลบหนักกว่าดัชนี

​กลยุทธ์ ยังคงคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วง Sell In May ตามค่าสถิติที่ SET Index มักจะให้ผลตอบแทนรายเดือนติดลบในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ตามแรงขายสุทธิจากฝั่งนักลงทุนต่างชาติ เราแนะนำให้ขายหุ้นตัวแทนต่างชาติ เช่น ธนาคาร สื่อสาร และหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ ตลอดจนหุ้นที่คาดว่าจะเผชิญผลกระทบด้านลบจากภาวะน้ำมันแพง

ช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง ,หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร

ในเชิงฤดูกาล เดือนพฤษภาคมมักเป็นช่วงอ่อนตัวของตลาด โดยอิงสถิติปี 2014–2025 SET Index ปรับลงเฉลี่ยราว 1% (โอกาส ~60%) สอดคล้องกับดัชนีหุ้นปันผลสูง SETHD Index ที่ปรับลงเฉลี่ยราว 1.3% (โอกาส ~70%) ขณะที่กลุ่มธนาคารมักเริ่มอ่อนตัวตั้งแต่เดือนเมษายนเฉลี่ย 2.8% จากแรงขายหลังขึ้นเครื่องหมาย XD ก่อนจะปรับลงต่ออีกเล็กน้อยราว 0.8% ในเดือนพฤษภาคม (โอกาส ~75%) แล้วจึงเริ่มสร้างฐานและทยอยฟื้นตัวในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม สะท้อน Pattern ของแรงขายเชิงเทคนิคมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น การปรับฐานในเดือนพฤษภาคมจึงควรถูกมองเป็น “Window of accumulation” สำหรับการสะสมหุ้นปันผลคุณภาพ

​ปัจจุบัน Dividend Yield ตลาดอยู่ที่ราว 3.8% เทียบกับพันธบัตร 10 ปีที่ 2.1% ทำให้ Yield Gap อยู่ที่ ~1.7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว +1SD และใกล้ระดับช่วงโควิด สะท้อนว่าหุ้นปันผลยังอยู่ในโซนน่าสะสม กลุ่มหุ้นที่ยังมีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับสูงมาก (เกินค่าเฉลี่ย 10 ปี เกิน 2SD ใกล้ช่วงโควิด) ได้แก่ KTB (6.7%), KBANK (6.3%), COM7 (5.2%), BDMS (4.3%) และ CPN (4.2%)

​หุ้นที่ยังมีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับสูง (เกินค่าเฉลี่ย 10 ปี เกิน 1SD) ได้แก่ SCB (8.0%), PTT (6.0%) และ TLI (5.7%)

​ภายใต้ Worst-case scenario แม้ Yield จะถูกปรับลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับสูง เช่น SCB ~7.6%, KTB ~6.4%, KBANK ~6.0% และ BBL ~6.2% ขณะที่กลุ่ม Defensive อย่าง ADVANC (~4.5%), BDMS (~4.1%) และ CPN (~4.0%) ยังมี Downside จำกัด โดยรวมสะท้อนให้เห็นว่า “หุ้นปันผลคุณภาพ” ยังคงสามารถรักษาระดับ Dividend Yield ได้ในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นของกระแสเงินสด และชี้ชัดว่า Dividend Yield ยังคงเป็น Buffer สำคัญในการรองรับความผันผวนของตลาด ในภาวะที่การเติบโตของกำไรยังจำกัด

​ประเด็นสำคัญคือ “Dividend Timing” เริ่มเปลี่ยนไป โดยในอดีตการซื้อก่อน XD มักให้ผลตอบแทนรวมใกล้ศูนย์หรือติดลบเล็กน้อย แต่ในช่วง 2–3 ปีหลัง Total Return กลับเป็นบวกชัดเจน สะท้อนว่าตลาดเริ่มให้มูลค่ากับ Income มากขึ้น และ Yield ในระดับสูงช่วยดูดซับ Downside ได้ (เป็นการเปลี่ยนผ่านจาก “Seasonality-driven exit” ไปสู่ “Income-driven positioning” มากขึ้นในรอบปัจจุบัน

นายธนรัตน์ อิศรกุล ผู้อำนวยการสายงานวิจัยทางเทคนิค บล. บัวหลวง วิเคราะห์ทางเทคนิค SET Index ว่า โครงสร้างราคา: การปรับฐานครั้งนี้คาดเป็นการ “ปรับฐานย่อย ” เพื่อสะสมพลัง โดยมีจุดสังเกตทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้

EMA 50 วัน (The Battleground): ทำหน้าที่เป็นแนวรับระยะกลาง การที่ดัชนีลง

มาทดสอบแล้วสู้! สะท้อนแรงซื้อคืนที่เริ่มกลับมา

แท่งเทียน “Hammer” ทิ้งหางยาวแสดงถึงแรงไล่ซื้อกลับหลังจากราคาหลุดลงไปในช่วงระหว่างวัน

สัญญาณ Reversal: หากวันนี้ปิดเขียวจะเป็นการยืนยันรอบการฟื้นตัวที่ชัดเจน

แนวรับหลัก: 1,440 จุด

แนวต้าน: 1,480 จุด จากที่เคยเป็นแนวรับเดิม ปัจจุบันถูกเปลี่ยนต้าน (ต้องทะลุผ่านเพื่อกลับไปเล่นในกรอบบน)

Market correction: ว่ากันตามสถิติการปรับฐานใหญ่ 8-10% / ปรับฐานย่อย 3-5% (ให้น้ำหนักรอบนี้เป็นการปรับฐานย่อย)

Technical strategy: เมื่อเห็นสัญญาณการสู้ที่แนวรับ กลยุทธ์จึงต้องเปลี่ยนจาก “ตั้งรับ” เป็น “เชิงรุกอย่างระมัดระวัง”

สรุป: “SET Index วัดใจที่เส้น EMA 50 วัน! ปรากฏแท่งเทียน Hammer ส่งสัญญาณสู้ไม่ถอยในโซนปรับฐานย่อย แผนคือจับตาแรงซื้อต่อเนื่อง ถ้าผ่าน High

วันนี้ไปได้…เตรียมเฮกันรอบใหม่! แต่ถ้าหลุด Low ต่ำกว่า 1,440 จุด แนะระมัดระวังการเปลี่ยนเทรนด์ของตลาด!

หุ้นแนะนำวันนี้: GUNKUL เตรียมดึงงบกลาง 7 หมื่น ถึง 1 แสนล้านบาท สำหรับโครงการระยะสั้น และงบปี 70 จะจัดงบไว้เผื่อโครงการติดตั้งโซลาร์บนอาคารราชการ คาดแนวโน้มโครงการจะหนุนทิศทางธุรกิจ Renewable Energy (แนวรับ 2.30, แนวต้าน 2.50, Stop loss 2.24)

​ 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–