HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้ปรับขึ้นเล็กน้อยจากเปิดตลาดในแดนลบ “ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก” ส่วนใหญ่ปรับตัวลง กังวลความขัดแย้งตะวันออกกลางยืดเยื้อ หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ขยายเวลาหยุดยิงของสหรัฐฯ ในอิหร่าน
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับขึ้นเล็กน้อยจากเปิดตลาดในแดนลบด้วยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวทางการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้นในสองวันก่อนหน้า แม้จะมีสัญญาณเชิงลบจากตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ตาม แต่การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ถูกหักกลบบางส่วนด้วยการปรับลงดของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ส่งออก และกลุ่มการเงิน
ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่ปรับตัวลงนำตลาดได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มค้าส่ง และกลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง
ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นที่เผยแพร่วันนี้แสดงให้เห็นว่า ญี่ปุ่นเกินดุลการค้า 667 พันล้านเยน (4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนมีนาคม
กระทรวงการคลังระบุในรายงานเบื้องต้นว่า การส่งออกเพิ่มขึ้น 11.7% และการนำเข้าเพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 1.71 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นปีที่ห้าติดต่อกันที่มีดุลการค้าขาดดุล
ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 159.26 เยนต่อดอลลาร์
ณ เวลา 9.37 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 59,641.61 จุด เพิ่มขึ้น 292.44 จุด, +0.49%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อออกไป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขยายเวลาหยุดยิงของสหรัฐฯ ในอิหร่าน
ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า“จากข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลอิหร่านแตกแยกอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่คาดไม่ถึง และตามคำขอของจอมพลอาซิม มูนีร์ และนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน เราได้รับคำขอให้ระงับการโจมตีประเทศอิหร่านจนกว่าผู้นำและตัวแทนของพวกเขาจะสามารถหาข้อเสนอที่เป็นเอกภาพได้”
ทรัมป์ระบุอีกว่า การหยุดยิงจะขยายออกไปจนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอหรือการเจรจาจะเสร็จสิ้น และกองทัพสหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป
อย่างไรก็ตาม กำหนดเวลาที่แน่นอนยังคงไม่ชัดเจน ผู้เจรจาจากอิหร่านกล่าวว่าจะไม่เข้าร่วมการเจรจากับสหรัฐฯ โดยบอกว่าการเจรจาเหล่านั้น “เสียเวลาเปล่า” สื่อของรัฐอิหร่านรายงานเมื่อวันพุธ
ตี้หลิน อู๋ นักกลยุทธ์จาก Pepperstone Group ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การหยุดยิงน่าจะเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยทั่วไป แต่สำหรับเอเชีย สถานการณ์อาจแตกต่างออกไป หลายประเทศในเอเชียพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างมาก ดังนั้นการเผชิญหน้ายืดเยื้อจึงส่งผลเสียมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาซึ่งพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้มากกว่า
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ลดลงท่ามกลางการขายทำกำไรหลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันอังคาร ข้อมูลจากธนาคารกลางแสดงให้เห็นว่า ราคาผู้ผลิตในเดือนมีนาคมเติบโตเร็วที่สุดในรอบกว่าสามปี จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับตัวลง 0.6% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในภูมิภาคปรับตัวขึ้น 0.2%
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,089.674 จุด เพิ่มขึ้น 4.597 จุด, +0.11%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,145.73 จุด ลดลง 341.75 จุด , -1.29%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,369.17 จุด ลดลง 19.3 จุด, -0.3%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 37,990.38 จุด เพิ่มขึ้น 385.27 จุด, +1.02%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมิถุนายนลดลง 0.27 ดอลลาร์หรือ 0.3% ซื้อขายที่ 89.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 0.07 ดอลลาร์ หรือ 0.07% ซื้อขายที่ 98.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

