ดาวโจนส์ปิดลบ 4 จุด วิตกความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามดัชนีหลักปิดลบ ดาวโจนส์ลดลง 4 จุด การเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางอยู่ในภาวะเสี่ยง ความตึงเครียดปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังสหรัฐฯ ยึดเรือที่ติดธงอิหร่าน “ราคาน้ำมันดิบ” พุง 6% ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดร่วง กังวลว่าการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจล่ม อิหร่านประกาศไม่เข้าร่วมการเจรจารอบที่สองที่สหรัฐฯ

ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 20 เมษายน 2569 ร่วง ดัชนี&P 500 และ Nasdaq ถอยจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางอยู่ในภาวะเสี่ยง จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังสหรัฐฯ ยึดเรือที่ติดธงอิหร่าน และทำให้นักลงทุนเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนที่มากขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์(Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 49,442.56 จุด 4.87 จุด, -0.01%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,109.14จุด ลดลง 16.92 จุด, 0.24%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,468.48 จุด ลดลง 64.08 จุด, -0.26%

ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นหลังจากกองทัพเรือสหรัฐฯ ยึดเรืออิหร่านลำหนึ่ง และยิงทำลายห้องเครื่องยนต์จนเป็นรูโหว่ ตามคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้านอิหร่านได้ยิงใส่เรือและหยุดการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซอย่างกะทันหันในวันเสาร์ โดยยกเลิกการอนุญาตให้เรือบางลำผ่านเส้นทางสำคัญนี้ไปได้ ซึ่งอิหร่านกล่าวว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ทรัมป์ยังขู่ว่าจะระเบิดโรงไฟฟ้าและสะพานทั้งหมดในอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมตกลงทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศจะสิ้นสุดในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI ปิดบวก 6.87% ที่ 89.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Brent ปรับตัวขึ้น 5.64% ปิดที่ 95.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นักลงทุนยังคงยากที่จะประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากราคาหุ้นฟื้นตัวจากระดับใกล้จุดปรับฐานไปสู่ระดับสูงสุดตลอดกาล

เดวิด แวกเนอร์ หัวหน้าฝ่ายหุ้นและผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Aptus Capital Advisors กล่าวกับ CNBC ว่า สงครามกับอิหร่านนั้นเป็นเรื่องที่ตลาดมองข้ามไปแล้ว

มาร์ค ลูสชินี หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Janney Montgomery Scott กล่าวกับ Investing.comว่า การรักษาสันติภาพนั้นอยู่ในภาวะเสี่ยงมาโดยตลอด ดังนั้น (การยึดเรือของสหรัฐฯ) จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจมากนัก ตลาดดูเหมือนจะรับมือกับเรื่องนี้ได้ในระดับหนึ่ง โดยคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะไม่บานปลายจนถึงขั้นทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง และหลังจากที่ตลาดพุ่งขึ้นอย่างมากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การลดความเสี่ยงลงบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ลงทุนจะจับตาดูสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิดเพื่อหาข้อบ่งชี้ ว่าเหตุการณ์อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อตลาด

หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ปรับตัวสูงขึ้น โดยกองทุน iShares Expanded Tech-Software Sector ETF (IGV) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1%

กลุ่มบริการด้านการสื่อสารเป็นกลุ่มที่ปรับลงมากที่สุด โดยหุ้น Meta ลดลง 2.56% ยุติการเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 9 วัน ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม

หุ้น Netflix ก็ลดลง 2.55% ส่งผลกระทบต่อกลุ่มนี้เช่นกัน และลดลงประมาณ 12% นับตั้งแต่ประกาศผลประกอบการรายไตรมาสและการลาออกของ Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) หรือ มาตรวัดความกังวล ของวอลล์สตรีท ปรับตัวขึ้นหลังจากลดลงติดต่อกัน 8 วัน และล่าสุดเพิ่มขึ้น 1.37 จุด อยู่ที่ 18.85 หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ 19.99

ขณะที่สงครามอิหร่านยังคงเป็นประเด็นสำคัญของนักลงทุน ผลประกอบการไตรมาสแรกจะเริ่มคึกคักขึ้นในสัปดาห์นี้และดึงความสนใจไปบางส่วน ผลประกอบการจากบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดบางแห่งในสหรัฐอเมริกาอาจช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสงครามส่งผลกระทบต่อแนวโน้มของบริษัทเหล่านั้นอย่างไร

สำหรับสัปดาห์นี้ บริษัทใหญ่ๆ เช่น Tesla, Intel และ United Airlines จะรายงานผลประกอบการ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบจากความกังวลว่าการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจล่ม หลังจากที่สหรัฐได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านที่พยายามฝ่าฝืนการปิดล้อม และอิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้และจะไม่เข้าร่วมการเจรจารอบที่สองที่สหรัฐฯ หวังว่าจะเริ่มต้นขึ้นก่อนที่การหยุดยิงจะครบกำหนดในวันอังคาร( 22 เมษายน 2569)

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 621.46 จุด ลดลง 5.12 จุด, -0.82%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,609.08 จุด ลดลง 58.55 จุด, -0.55%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,331.05 จุด ลดลง 94.08 จุด, -1.12%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,417.8 จุด ลดลง 284.44 จุด, -1.15%

ตลาดหุ้นสำคัญอื่นๆ ในภูมิภาคก็ปรับตัวลงเช่นกัน เป็นการพลิกผันอย่างรวดเร็วจากความเชื่อมั่นในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ดัชนี STOXX 600 พุ่งขึ้นมากกว่า 1% และปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สี่ หลังจากอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

หุ้นในยุโรปพยายามจะฟื้นตัวจากที่ร่วงลงหนักนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยหุ้นในภูมิภาคนี้ยังคงตามหลังหุ้นในสหรัฐฯ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพาพลังงาน ทำให้ผู้ลงทุนยังคงวิตกกังวล

ดาเนียลา ฮาธอร์น นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก Capital.com กล่าวว่า ตลาดอยู่ภายใต้แรงกดดันในวันนี้ เพราะกลับมาวิตกกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.7% จากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น บริษัทพลังงานรายใหญ่ของอังกฤษอย่าง BP และ Shell และ TotalEnergies ของฝรั่งเศส ปรับตัวลงระหว่าง 2.5% ถึง 3.1%

กลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการปรับตัวลงมากที่สุดถึง 2.5% ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น หุ้นสายการบิน ทั้ง easyJet, Lufthansa, Ryanair และ IAG ร่วงลงระหว่าง 3.1% ถึง 4% และอยู่ในอันดับท้ายๆ ของดัชนี

หุ้นธนาคารและหุ้นรถยนต์ลดลง 2.3% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าหรูลดลง 2.2%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 5.76 ดอลลาร์ หรือ 6.87% ปิดที่ 89.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 5.10 ดอลลาร์ หรือ 5.64% ปิดที่ 95.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–