HoonSmart.com>>หุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวสูงขึ้นแทบทั้งภูมิภาค นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดรอบใหม่ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้น
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับขึ้นพลิกกลับจากที่ร่วงแรงในวันก่อนหน้า หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเมื่อวันศุกร์ โดยดัชนี Nikkei 225 ขยับขึ้นเหนือระดับ 58,900 จุด และหุ้นปรับตัวขึ้นในเกือบทุกภาคส่วน นำโดยหุ้นขนาดใหญ่ หุ้นกลุ่มยานยนต์ และหุ้นกลุ่มการเงิน
ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่นำการปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มเครื่องจักร กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง
เงินเยนอ่อนค่าลงประมาณ 0.3% สู่ระดับ 159 เยนต่อดอลลาร์
ณ เวลา 9.36 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 59,086.36 จุด เพิ่มขึ้น 610.46 จุด, +1.04%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวสูงขึ้นแทบทั้งภูมิภาค การซื้อขายผันผวน ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯในช่วงสุดสัปดาห์
ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากระดับต่ำสุด และตลาดหุ้นผันผวนในวันจันทร์ เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางทำให้การขนส่งสินค้าเข้าและออกจากอ่าวเปอร์เซียลดลงอย่างมาก แม้ว่านักลงทุนจะยังคงหวังว่าจะมีการแก้ไขปัญหา
การหยุดยิงในสงครามอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดในวันอังคาร กำลังตกอยู่ในความไม่แน่นอน หลังจากสหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่าน และกองบัญชาการทหารระดับสูงของอิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ยิงใส่และทำให้เรือบรรทุกสินค้าที่ติดธงอิหร่านลำหนึ่งในอ่าวโอมานใช้งานไม่ได้ ก่อนที่นาวิกโยธินจะขึ้นไปยึดเรือลำดังกล่าว
การยึดเรือครั้งนี้เป็นการยกระดับการปิดล้อม และเกิดขึ้นหลังจากที่อิหร่านยิงใส่เรือพาณิชย์ที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบมาตรฐานโลก พุ่งขึ้น 5.6% สู่ระดับประมาณ 95.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ฟื้นตัวจากที่ลดลงคอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ หลังจากการประกาศของอิหร่านว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดอย่างสมบูรณ์
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร อายุ 10 ปี ซึ่งลดลง 6.5 จุดเมื่อวันศุกร์ เพิ่มขึ้น 3.2 จุด มาอยู่ที่ 4.276% เนื่องจากความกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
เดเมียน โบอี นักวางกลยุทธ์ด้านพอร์ตโฟลิโอจาก Wilson Asset Managementในซิดนีย์กล่าวว่า ตลาดยังมีมุมมองทางบวก และไม่เทขายมากเกินไป เพราะคิดว่าสุดท้ายแล้วทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องการที่จะบรรลุข้อตกลง
ด้านพอล ชิว หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิปส์ในสิงคโปร์ ระบุในบทวิเคราะห์ส่งลูกค้าว่า ในกรณีฐาน (หรือการคาดเดา) ยังคงเป็นการยุติสงคราม ทรัมป์ยังคงมุ่งเน้นไปที่การเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ด้านเศรษฐกิจในเอเชีย ธนาคารกลางแห่งประเทศจีนคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั้นดี(Loan Prime Rate:LPR) ไว้ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกันในเดือนเมษายน เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและกดดันแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โดยอัตราดอกเบี้ย LPR ระยะ 1 ปีคงไว้ที่ 3.0% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั้นดี LPR ระยะ 5 ปีคงไว้ที่ 3.5%
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,72.344 จุด เพิ่มขึ้น 20,918 จุด, +0.51%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,355.1 จุด เพิ่มขึ้น 194.77 จุด , +0.74%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,275.44 จุด เพิ่มขึ้น 83.52 จุด, +1.35%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 37,222.46 จุด เพิ่มขึ้น 418.12 จุด, +1.14%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 4.67 ดอลลาร์หรือ 5.57% ซื้อขายที่ 88.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 4.41 ดอลลาร์ หรือ 4.88% ซื้อขายที่ 94.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
