HoonSmart.com>>”ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป” (TISCO) กวาดกำไรสุทธิ 1,733.62 ล้านบาท โตมากกว่า 5% อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 15.7% รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3,443.11 ล้านบาท โต 3.4% ต้นทุนเงินฝากลดตามดอกเบี้ยขาลง ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 27.2% จากทุกธุรกิจโต กดค่าใช้จ่ายเหลือ 2,227 ล้านบาท ลดลง 0.7% แม้ตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 775 ล้านบาท รองรับความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) เปิดผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 1/2569 มีกำไรสุทธิ 1,733.62 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 2.17 บาท เพิ่มขึ้น5.5%จากที่มีกำไรสุทธิ 1,643.38 ล้านบาทหรือ 2.05 บาทต่อหุ้นในช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.6% จากไตรมาส 4/2568 ที่มีกำไรสุทธิ 1,641.87 ล้านบาท
ส่วนอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) อยู่ที่ 15.7% เพิ่มขึ้นจาก 15.0%ในไตรมาสที่ 1/2568 และที่ 15.4% ในไตรมาสที่ 4/2568
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2568 มาจากการขยายตัวของรายได้รวม 10.3% โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3,443.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% ตามต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในภาวะดอกเบี้ยขาลง รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 27.2% จากทุกกลุ่มธุรกิจ ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น ธุรกิจนายหน้าประกันภัยซึ่งเติบโตตามปริมาณการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นในภาวะที่ตลาดรถยนต์ในประเทศกลับมาเติบโต ประกอบกับมีค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับ สินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ฟื้นตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุนเติบโตจากการออกกองทุนรวมใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 2,227.13 ล้านบาท ลดลง 0.7% ตามการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จำนวน 775 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนสำรองเพียง 385.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.3% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ด้านกำไรที่เพิ่มขึ้น 91.85 ล้านบาทหรือ 5.6% จากไตรมาส 4/2568 จากรายได้รวมที่ปรับตัวดีขึ้น รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 0.8% จากต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลง รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 15.3% ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 3.0% ตามการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
