“หุ้นโตเกียว-เอเชีย” บวก หวังสหรัฐ-อิหร่านเจรจาสันติภาพ

HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้ปรับตัวขึ้นแรง ดัชนี Nikkei พุ่งขึ้นกว่า 2% แตะระดับสูงสุดระหว่างวัน ท่ามกลางความคาดหวังว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีความคืบหน้าต่อไป “ตลาดหุ้นเอเชีย” บวก ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้พุ่งกว่า 2%

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับตัวขึ้นแรง โดย ดัชนี Nikkei พุ่งขึ้นกว่า 2% แตะระดับสูงสุดระหว่างวัน ท่ามกลางความคาดหวังว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีความคืบหน้าต่อไป

เวลา 11:12 น. ตามเวลาญี่ปุ่น (9.12 น.เวลาไทย) ดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 1,340.66 จุด หรือ 2.31% จากวันพุธ มาอยู่ที่ 59,474.90 จุด ขณะที่ดัชนี Topix เพิ่มขึ้น 52.40 จุด หรือ 1.39% มาอยู่ที่ 3,822.73 จุด

ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่นำการปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มประกันภัย

ณ เวลา 9.36 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 59,551.2 จุด เพิ่มขึ้น 1,416.96 จุด, +2.44%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวสูงขึ้นแทบทั้งภูมิภาคตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เนื่องจากนักลงทุนแห่กันกลับเข้าซื้อหุ้นอีกครั้ง หลังมีสัญญาณว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจขยายเวลาหยุดยิง ส่งผลให้ความหวังที่จะบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งช่วยให้ตลาดคลายความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะสงครามลงได้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Fox Business เมื่อวันพุธว่า สงครามกับอิหร่าน “ใกล้จะจบลงแล้ว” และอ้างอีกครั้งว่าอิหร่าน “ต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก” ขณะที่มีรายงานอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ว่า ฝ่ายที่กำลังสู้รบกำลังพิจารณาขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีกสองสัปดาห์ เพื่อให้มีเวลามากขึ้นในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพ

นักลงทุนกลับมาลงทุนในหุ้นอีกครั้ง แม้ว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของสงครามจะยังคงอยู่ เนื่องจากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะยังคงเจรจาต่อรองและเลี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดต่อไป

ทิม วอเตอร์เรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade กล่าวว่า นักลงทุนทั่วเอเชียยังคงมีความหวังอย่างมากว่าการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อีกทั้งการที่ราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ และความหวังที่จะมีการเจรจาทางการทูตที่ก้าวหน้า กำลังส่งผลให้ตลาดหุ้นกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นดัชนีราคาน้ำมันดิบมาตรฐานโลก ลดลงสู่ระดับ 94.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เกือบ 120 ดอลลาร์ในเดือนที่แล้ว ดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยมในช่วงความขัดแย้งนั้น อ่อนค่าลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2006

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่รายงานในเอเชียได้แก่ GDP ไตรมาส 1 ของจีน โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนที่เผยแพร่เช้าวันนี้แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน ประเทศ (GDP) เติบโต 5% ในช่วงสามเดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคม เร่งตัวขึ้นจาก 4.5% ในไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่า 4.8% ที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ในการสำรวจของรอยเตอร์

เศรษฐกิจของจีนในไตรมาสแรกได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของการส่งออกที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยชดเชยความต้องการภายในประเทศที่ซบเซา แม้ว่าแนวโน้มการเติบโตจะถูกบดบังด้วยวิกฤติพลังงานที่เกิดจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งคุกคามความต้องการทั่วโลก

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,046.362 จุด เพิ่มขึ้น 19.152 จุด, +0.48%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,160.19 จุด เพิ่มขึ้น 212.87 จุด , +0.82%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,221.55 จุด เพิ่มขึ้น 130.16 จุด, +2.14%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 36,925.34 จุด เพิ่มขึ้น 203.2 จุด, +0.55%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.41 ดอลลาร์หรือ 0.45% ซื้อขายที่ 91.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน
เพิ่มขึ้น 0.32 ดอลลาร์ หรือ 0.34% ซื้อขายที่ 95.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–