หุ้นเอเชียเช้านี้บวก หวังสหรัฐ-อิหร่านกลับมาเจรจาสันติภาพ

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวขึ้นทั้งภูมิภาค รวมถึงตลาดโตเกียว โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวตามหุ้นสหรัฐฯ และรายงานที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าการเจรจารอบใหม่กับอิหร่านอาจเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า

ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei Stock Average (225) เพิ่มขึ้น 599.02 จุด หรือ 1.03% จากวันอังคาร มาอยู่ที่ 58,476.41 จุด ขณะที่ดัชนี Topix เพิ่มขึ้น 32.24 จุด หรือ 0.86% มาอยู่ที่ 3,787.51 จุด

ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มธนาคาร และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เวลา 9.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 158.80-81 เยน เมื่อเทียบกับ 158.68-78 เยนในนิวยอร์ก และ 159.06-08 เยนในโตเกียว เวลา 17.00 น. ของวันอังคาร
ณ เวลา 10.03 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 58,162.84 จุด เพิ่มขึ้น 285.45 จุด, +0.49%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกแทบทั้งภูมิภาคปรับตัวสูงขึ้น ตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีท จากความหวังในการกลับมาเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเป็นทางออกทางการทูตที่จะคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านอาจกลับมาเริ่มต้นใหม่ในปากีสถานภายในสองวันข้างหน้า หลังจากที่การเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์ล้มเหลว ทำให้ต้องใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน เจ้าหน้าที่ปากีสถานและอิหร่านก็กล่าวเช่นกันว่า การเจรจาอาจเริ่มต้นใหม่ได้

ดัชนี MSCI ที่ครอบคลุมหุ้นเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 1.5% แตะระดับสูงสุดในรอบหกสัปดาห์

โทนี่ ไซคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของราคาในสินทรัพย์เสี่ยงบ่งชี้ว่าตลาดพร้อมที่จะมองข้ามผลกระทบในระยะสั้นของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และมีความคาดหวังเพิ่มมากขึ้นว่าความขัดแย้งจะได้รับการแก้ไขในไม่ช้า ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถเปลี่ยนไปสู่การประกาศชัยชนะ ก่อนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

ความเชื่อมั่นของตลาดดีขึ้นจากความคาดหวังว่าการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งเดือน จะช่วยคุมราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซทำให้วิกฤตพลังงานโลกทวีความรุนแรงขึ้น

สัญญาณที่บ่งชี้ว่าการเจรจาทางการทูตจะดำเนินต่อไปช่วยดึงราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ร่วงลงเกือบ 5% ในช่วงข้ามคืน

ดอลลาร์ทรงตัวหลังจากอ่อนค่ามาเจ็ดวันติดต่อกัน

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,038.726 จุด เพิ่มขึ้น 12.101 จุด, +0.3%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,105.63 จุด เพิ่มขึ้น 233.31 จุด , +0.9%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,9143.43 จุด เพิ่มขึ้น 175,68 จุด, +2.94%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 36,936.9 จุด เพิ่มขึ้น640.78 จุด, +1.77%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมลดลง 0.28 ดอลลาร์หรือ 0.31% ซื้อขายที่ 91.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.24 ดอลลาร์ หรือ 0.25% ซื้อขายที่ 95.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล