HoonSmart.com>>FTSE Russell ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการ เตรียมปรับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามจาก “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) ขึ้นสู่ “ตลาดเกิดใหม่” (Secondary Emerging Market) ภายในเดือนก.ย. 69 นี้
เวียดนาม กำลังก้าวสู่หมุดหมายสำคัญของตลาดทุน หลัง FTSE Russell ผู้จัดทำดัชนีระดับโลก ยืนยันอย่างเป็นทางการในการทบทวนระหว่างกาลเดือนมี.ค.2569 ว่าจะยกระดับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามจาก “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) ขึ้นสู่ “ตลาดเกิดใหม่” (Secondary Emerging Market) ภายในเดือนก.ย.นี้
การยกระดับดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความคืบหน้าด้านโครงสร้างตลาด โดยเฉพาะการออก Circular 08/2026 ของกระทรวงการคลังเวียดนาม ที่วางกรอบกฎหมายรองรับการเข้าถึงตลาดของนักลงทุนต่างชาติผ่านบริษัทโบรกเกอร์ระดับโลก พร้อมยกระดับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับกลไก “non-prefunding” ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญ
ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแล บริษัทหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ ธนาคารผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian banks) รวมถึงนักลงทุนสถาบัน ได้บรรลุฉันทามติร่วมกันในรูปแบบการดำเนินงานภายใต้กลไกใหม่ สะท้อนความพร้อมของระบบตลาดทุนเวียดนามในการรองรับเงินทุนต่างชาติ
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์เวียดนาม (State Securities Commission of Vietnam)ระบุว่า ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นผลจากการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลัง รวมถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์และสำนักหักบัญชีแห่งเวียดนาม (Vietnam Securities Depository and Clearing Corporation) ผู้มีส่วนร่วมในตลาด ไปจนถึงสถาบันระหว่างประเทศ
ภายใต้แผนดังกล่าว FTSE Russell จะเริ่มนำหุ้นเวียดนามเข้าสู่ดัชนีหุ้นระดับโลกตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 2569 โดยจะทยอยปรับน้ำหนักการลงทุนเป็นระยะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและสอดคล้องกับสภาวะตลาด
การยกระดับครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของตลาดทุนเวียดนาม ไม่เพียงสะท้อนพัฒนาการของระบบตลาดและกฎเกณฑ์ที่เข้าใกล้มาตรฐานสากลมากขึ้น แต่ยังเป็นการยืนยันการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ทั้งนี้ คาดว่าการเข้าสู่สถานะตลาดเกิดใหม่จะช่วยดึงดูดเงินทุนต่างประเทศจำนวนมาก เพิ่มสภาพคล่องในตลาดหุ้น และยกระดับบทบาทของเวียดนามในระบบการเงินโลกในระยะถัดไป ซึ่งอาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะกลางถึงยาว
