
โดย….สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP นักวางแผนการเงิน
วันก่อนได้รับคู่มือภาษีสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ที่จัดทำขึ้นโดยกรมสรรพากรเพื่อให้บุคคลที่มีอิทธิพลต่อสังคมออนไลน์ หรือ “อินฟลูเอนเซอร์” มีความเข้าใจในระบบภาษีอย่างถูกต้อง ครอบคลุมตั้งแต่นิยามของอินฟลูเอนเซอร์ ประเภทรายได้ที่ต้องเสียภาษี จนถึงวิธีการบริหารจัดการภาษีทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อสังคมในโลกออนไลน์โดยใช้ช่องทางสื่อดิจิทัล เช่น Facebook, Instagram, TikTok, YouTube หรือแพล¬ทฟอร์มอื่นๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับผู้ติดตาม อินฟลูเอนเซอร์มักเป็นผู้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความสามารถในการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ และสามารถโน้มน้าวความคิดเห็นหรือพฤติกรรมของผู้ชมได้ในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความงาม การเงิน การลงทุน อาหาร การท่องเที่ยว ฯลฯ จึงทําให้ อินฟลูเอนเซอร์เป็น “ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์” ที่เชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ก่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ
ตัวอย่างของอินฟลูเอนเซอร์ เช่น Beauty Blogger / Makeup Influencer / Fashion Influencer /Gaming Influencer / Streamer / Travel Influencer ฯลฯ
ตัวอย่างรายได้ของอินฟลูเอนเซอร์
• ค่าโฆษณา/ สปอนเซอร์ สร้างเนื้อหาโปรโมทสินค้า บริการ ตามที่แบรนด์ต้องการ
• Affiliate Marketing แนะนํา สินค้า/ บริการ พร้อมลิงก์หรือ โค้ดส่วนลดเฉพาะเมื่อมีคนซื้อผ่านช่องทางนั้น อินฟลูเอนเซอร์จะได้ค่าคอมมิสชั่น
• รายได้จากแพลทฟอร์ม ได้รับส่วนแบ่งจากโฆษณาที่แสดงบนเนื้อหาของตัวเอง เช่น YouTube AdSense), หรือ กองทุนสนับสนุน ครีเอเตอร์ (Creator Fund), และการรับของขวัญ/Stars/Badges จากผู้ติดตาม
• การขายสินค้าของตัวเอง สร้างและจําหน่ายสินค้าแบรนด์ตัวเอง เช่น เสื้อผ้า, เครื่องสําอาง, อุ¬ปกรณ์เสริม, E-book, คอร์สออนไลน์, ฯลฯ
• ค่าสมาชิกช่อง / การรับบริจาค (Donation) รับการสนับสนุนทางการเงินโดยต¬รงจากแฟนคลับผ่านการบริจาค หรือการสมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อเข้าถึงเนื้อหา/สิทธิพิเศษ
• ค่าปรากฎตัววิทยากรเข้าร่วมงานอีเวนท์ ตัวสินค้า, เป็นพิธีกร, บรรยายให้ความรู้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ
• การให้คําปรึกษา/ โค้ชชิ่ง ให้คําแนะนํา หรือ¬ฝึกสอนในสาขาที่ต¬นเชี่ยวชาญ เช่น การต¬ลาดดิจิทัล, การออกกําลังกาย, การพัฒนา¬ตนเอง
• พรีเซนเตอร์/ แบรนด์แอมบาสเดอร์ เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนระยะยาวของแบรนด์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและ โปรโมทสินค้าอย่างต่อเนื่อง
อินฟลูเอนเซอร์สามารถหารายได้ในรูปบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ก็ได้ ซึ่งมีเงื่อนไขในการเสียภาษีต่างกัน ดังนี้
1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax – PIT)
อินฟลูเอนเซอร์ที่ทำงานในนามตนเองและยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ที่ได้รับตลอดปีภาษี
• ประเภทรายได้และแบบแสดงรายการ:
-
o เงินเดือนประจำ: ถือเป็นเงินได้ตาม ม.40(1) ยื่นแบบ ภ.ง.ด.91
o ค่าจ้างรีวิว / โฆษณา / โปรโมตสินค้า: ถือเป็นเงินได้ตาม ม.40(2) ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90
o ค่าลิขสิทธิ์จาก YouTube หรือสื่ออื่น: ถือเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90
o รายได้จากการขายสินค้า / คอร์สออนไลน์: ถือเป็นเงินได้ตาม ม.40(8) ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.94
• เกณฑ์การยื่นแบบ:
คนโสด: มีรายได้เกิน 60,000 บาทต่อปี (หากมีเฉพาะเงินเดือนต้องเกิน 120,000 บาท) มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ
• กำหนดการยื่นภาษี:
-
ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94): ยื่นภายในเดือนกันยายน สำหรับรายได้ช่วงเดือน ม.ค. – มิ.ย.
ภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90/91): ยื่นภายในเดือน มี.ค. ของปีถัดไป (หรือ เม.ย. หากยื่นออนไลน์)
• การคำนวณภาษี: ใช้สูตร (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี โดยอัตราภาษีเป็นแบบก้าวหน้า เริ่มตั้งแต่ยกเว้นภาษีไปจนถึงสูงสุด 35%
2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax – CIT)
กรณีที่อินฟลูเอนเซอร์จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะต้องเสียภาษีจากกำไรสุทธิ
• รายได้นิติบุคคล: ได้แก่ ค่าจ้างรีวิวสินค้า, ค่าโฆษณา, ค่าสปอนเซอร์, และส่วนแบ่งรายได้จากแพลตฟอร์ม (เช่น Affiliate)
• อัตราภาษี:
-
o บริษัททั่วไป: อัตรา 20% ของกำไรสุทธิ
o SME (ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท): กำไร 3 แสนบาทแรกยกเว้นภาษี, ส่วนที่เกิน 3 แสนแต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท เสีย 15%, และส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท เสีย 20%
• การยื่นแบบ:
-
o ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี): ยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรก
o ภ.ง.ด.50 (ประจำปี): ยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax – VAT)
อินฟลูเอนเซอร์ทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หน้าที่สำคัญ: ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า, ออกใบกำกับภาษี, และยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทุกเดือน
รายได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณ VAT: ค่ารีวิว, ค่าโฆษณา, ค่าจ้างทำคอนเทนต์, และรายได้จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น YouTube และ TikTok
4. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax – WHT)
เป็นภาษีที่ผู้จ่ายเงิน (แบรนด์หรือเอเจนซี่) มีหน้าที่หักไว้ล่วงหน้าจากเงินที่จ่ายให้อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อนำส่งกรมสรรพากร
อัตราที่เกี่ยวข้อง:
-
ค่าจ้างรีวิว / ทำคอนเทนต์ออนไลน์: หัก 3%
ค่าโฆษณา: หัก 2%
ค่าเช่าสถานที่ / อุปกรณ์: หัก 5%
• สิทธิประโยชน์จาก E-Withholding Tax: หากใช้ระบบหักภาษีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านธนาคาร จะช่วยลดภาระงานเอกสาร ไม่ต้องออกหนังสือรับรองแบบกระดาษ และอาจได้รับสิทธิลดอัตราภาษีตามมาตรการของภาครัฐ
ข้อควรระวัง: รายได้ที่ไม่ใช่เงินสด เช่น สินค้าที่ได้รับฟรี (โทรศัพท์, รถยนต์) หรือทริปท่องเที่ยว ต้องนำมาตีเป็นมูลค่าเงินเพื่อรวมเสียภาษีด้วย และห้ามใช้เอกสารเท็จหรือใบกำกับภาษีปลอมเนื่องจากมีโทษทางอาญา
แหล่งข้อมูล: คู่มือภาษีสำหรับอินฟลูเอนเซอร์

