HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามดัชนีหลักปิดบวก ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 224 จุด นักลงุทนคาดความขัดแย้งตะวันออกกลางจะยุติในไม่ช้า หลังประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวเป็นนัยว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจใกล้ยุติลง “ราคาน้ำมันดิบ” ปรับลดลง ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดบวก
ตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 1 เมษายน 2569 ปรับตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยุติลงในไม่ช้า หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเป็นนัยว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจใกล้ยุติลง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,565.74 จุด เพิ่มขึ้น 224.23 จุด, +0.48%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,575.32 จุด เพิ่มขึ้น 46.80 จุด, +0.72%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,840.95 จุด เพิ่มขึ้น 250.32 จุด, +1.16%
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สหรัฐฯ จะ “ถอนตัวออกจากอิหร่านอย่างรวดเร็ว” และอาจกลับไป “โจมตีเฉพาะจุด” หากจำเป็น ก่อนที่เขาจะกล่าวปราศรัยต่อประชาชนเกี่ยวกับสงครามในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดกล่าวปราศรัยต่อประชาชนในเวลา 21.00 น. ตามเวลาสหรัฐในวันพุธ เพื่อให้ข้อมูลความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับอิหร่าน
Politico รายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะใช้การปราศรัยต่อประชาชนเพื่อประกาศว่าการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในอิหร่านกำลังจะสิ้นสุดลง และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดสำหรับการค้าพลังงานของโลก จะตกเป็นของประเทศอื่น
ในเช้าวันพุธประธานาธิบดีทรัมป์ โพสต์บน Truth Socialว่า ประธานาธิบดีอิหร่านได้ขอให้สหรัฐฯ หยุดยิง อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ จะพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวเมื่อช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดกว้าง ปลอดภัย และปราศจากภัยคุกคาม” และยังโพสต์ว่า “จนกว่าจะถึงเวลานั้น เราจะถล่มอิหร่านให้ราบเป็นหน้าดิน หรืออย่างที่พวกเขาพูดกันว่า กลับไปสู่ยุคหิน”
แพทริค ไรอัน หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและหัวหน้าฝ่ายโซลูชันสินทรัพย์หลากหลายประเภทของ Madison Investments กล่าวว่า ตลาดกำลังเริ่มจับตาว่าน่าจะมีข้อสรุปบางอย่างเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความกังวลของนักลงทุนลดลง 2.8% มาที่ 24.54 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น โดย Alphabet พุ่งขึ้น 3.4% ขณะที่หุ้น Meta Platforms และหุ้น Amazon ต่างเพิ่มขึ้นกว่า 1%
ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) เพิ่มขึ้น 2.82% เป็นการปรับขึ้นติดต่อกันวันที่สอง
หุ้น Intel พุ่งขึ้น 8.8% หลังจากยืนยันว่าจะซื้อหุ้นโรงงานที่ไอร์แลนด์ของ Apollo คืนมา คิดเป็นมูลค่า 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์
หุ้น Eli Lilly บริษัทผลิตยารายใหญ่ พุ่งขึ้น 3.8% หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติให้บริษัทวางจำหน่ายยาลดน้ำหนักชนิดเม็ด ภายใต้แบรนด์ Foundayo
หุ้น Nike ร่วงลง 15.5% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายในไตรมาส 4 จะลดลง
ราคาน้ำมันล่วงหน้าลดลง ส่งผลให้ดัชนีพลังงาน S&P 500 ร่วงลงเกือบ 5% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่หุ้นสายการบินในดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 2.3%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ ได้แก่ การจ้างงานของภาคเอกชนเดือนมีนาคมจาก ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ซึ่งเพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่ง สูงกว่า 39,000 ตำแหน่งที่นักวิเคราะห์คาด แต่ต่ำกว่า 66,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์
กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดค้าปลีกเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่า 0.5% ที่นักวิเคราะห์คาด จากที่ลดลง 0.1% ในเดือนมกราคม
สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นมาที่ 52.7 สูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 และสูงกว่า 52.5 ที่นักวิเคราะห์คาด
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมีนาคมในวันศุกร์นี้ แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปิดทำการเนื่องในวันหยุด Good Friday ก็ตาม และจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เพิ่มมากขึ้น นักลงทุนจึงเชื่อว่ามีความเป็นไปได้มากกว่าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้แทนที่จะลดอัตราดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก เป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐจะ ถอนตัวออกจากอิหร่านอย่างรวดเร็ว
สงครามดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่ห้าแล้ว และทำเนียบขาวอยู่ภายใต้แรงกดดันให้ลดความตึงเครียดท่ามกลางราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้น ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากอิหร่านในเร็วๆ นี้ แต่ยังคงเปิดโอกาสที่จะกลับไปโจมตีอิหร่านเป็นการเฉพาะหากจำเป็น
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 597.69 จุด เพิ่มขึ้น 14.55 จุด, +2.50%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,364.79 จุด เพิ่มขึ้น 188.34 จุด, +1.85%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,981.27 จุด เพิ่มขึ้น 164.33 จุด, +2.10%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,298.89 จุด เพิ่มขึ้น 618.85 จุด, +2.73%
ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่พุ่งขึ้น 5.9% และหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น 4.5%
ตลาดหุ้นระดับภูมิภาคที่สำคัญส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนีหลักของสเปนและอิตาลีซึ่งมีหุ้นกลุ่มการเงินเป็นส่วนใหญ่ ปรับตัวขึ้นกว่า 3%
ราคาน้ำมันดิบ Brentล่วงหน้าลดลง ส่งผลให้ดัชนีพลังงาน STOXX ลดลง 2.5%
หุ้นสายการบินได้รับแรงหนุนจากการลดลงของราคาน้ำมัน โดยหุ้น Air France และLufthansa พุ่งขึ้น 8.9% และ 8% ตามลำดับ ภาคธุรกิจนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักในเดือนมีนาคมหลังจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
ตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงกดดันนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีทางอากาศอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เนื่องจากทวีปยุโรปพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่
ในเดือนมีนาคมดัชนี STOXX ลดลงรายเดือนที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022
ในบรรดาหุ้นที่ปรับตัวขึ้น หุ้น Babcock International Group ของอังกฤษเพิ่มขึ้น 9.5% หลังจากตกลงทำสัญญาชั่วคราวระยะเวลา 6 เดือนกับกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรเพื่อ
บำรุงรักษาฐานทัพเรือและบริการสนับสนุนกองเรือดำน้ำนิวเคลียร์
MSCI ผู้ให้บริการดัชนี กล่าวว่า หุ้นกรีซจะกลับเข้าสู่ดัชนีตลาดพัฒนาแล้วของ MSCI ในเดือนพฤษภาคม 2027
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 1.26 ดอลลาร์ หรือ 1.24% ปิดที่ 100.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 2.81 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 101.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

