IROYAL ติดปีก ! กำไรทะยานติด Top 10 mai ปักธงปีนี้โตไม่น้อย 20-25%

HoonSmart.com>> IROYAL ปลื้ม ปี’68 กำไรทะยานติด Top 10 บริษัทใน mai และ กำไรต่อหุ้น (EPS) ขึ้นแท่นอันดับ 14 สะท้อนศักยภาพธุรกิจที่กำลังมาแรงสะท้อนศักยภาพธุรกิจ Defense Tech มาแรง ฟาก “ภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง” ปักธงปีนี้รายได้รวมโตไม่น้อยกว่า  20-25%

นายภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง  (IROYAL)  ผู้นำด้านวิศวกรรมพลังงานและเทคโนโลยีอัจฉริยะ กล่าวว่า ผลดำเนินงานของบริษัทปี 2568 เติบโตอย่างโดดเด่น มีรายได้ 486 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 155%  , กำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เติบโต 129% ซึ่งอัตรากำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง คิดเป็นอันดับ 9 ของบริษัททำกำไรสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งหมด 216 แห่ง

ทั้งนี้ตลาด mai  รายงานว่า บจ.ใน mai จำนวน 216 บริษัท ส่งผลการดำเนินงาน งวดปี 2568 เปรียบเทียบปี 2567  บจ.มียอดขายรวม 201,323 ล้านบาท ลดลง 2.7%  , กำไรสุทธิ 2,294 ล้านบาท ลดลง 64.3% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง แม้ว่าบริษัทจดทะเบียนโดยรวมจะสามารถควบคุมต้นทุนขายได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงขึ้น

“แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมในปีที่ผ่านมาจะเผชิญปัญหาท้าทาย ทั้งปัญหาส่งครามการค้าจากนโยบายภาษีสหรัฐ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตได้ดี มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ในอันดับ 9 จากจำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่ส่งงบการเงินงวดปี 2568 จำนวน 216 บริษัท สะท้อนศักยภาพธุรกิจที่แข็งแกร่ง และกำลังมาแรง โดยเฉพาะธุรกิจเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูงหรือ Defense Tech เพื่อความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกันกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงอยู่อันดับที่14 “นายภณภัทร กล่าว

ปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม IROYAL มาจาก 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย 1. กลุ่มธุรกิจพลังงาน (Power Plant Solution) 2. กลุ่มสนับสนุนธุรกิจปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ (Oil and Gas Solution)

3.กลุ่มธุรกิจสนับสนุนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน (Energy Transition Solution) และ 4. กลุ่มธุรกิจสื่อสาร โซลูชันอัจฉริยะ และเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง (Intelligent System and Defense Tech Solution)

ซีอีโอ กล่าวอีกว่า ปี 2569 บริษัทมุ่งขยายธุรกิจ Oil and Gas และ เทคโนโลยีป้องกัน ประเทศขั้นสูง  ซึ่งธุรกิจ Oil and Gas ส่วนมากเป็นรายได้ระยะยาว 3-5 ปี (Recurring)  ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง บริษัทให้บริการระบบป้องกันอากาศยานไร้คนขับ หรือ  Anti-Drone  นอกจากนี้ ยังมีระบบ Drone Monitoring เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยเฉพาะการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการปฏิบัติงานของลูกค้า ได้อย่างมีนัยสําคัญ

ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) มีมูลค่า 611 ล้านบาท และปีนี้เตรียมที่จะประมูลงาน รวมมูลค่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงาน โรงไฟฟ้า ประมาณ 200 ล้านบาท  กลุ่มธุรกิจ Oil and Gas มูลค่า 600 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจสื่อสาร โซลูชันอัจฉริยะและเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง (Intelligent System and Defense Tech Solution) มูลค่างาน 1,200 ล้านบาท และกลุ่มสาธารณูปโภค และพลังงานทดแทน มูลค่า 200 ล้านบาท

คาดหวังว่าจะได้งานประมูลเข้ามาเติม Backlog ประมาณ 1,000 ล้านบาท ทำให้มีความมั่นใจว่าปีนี้บริษัทจะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20-25%

 

 

 

 

———————————————————————————————————————————————————–