HoonSmart.com>>คปภ. เร่งเครื่อง “ประกันภัยฝังตัว” ปักหมุดชลบุรี ยกระดับมาตรฐานร้านอาหาร 1.3 หมื่นแห่ง คุ้มครองผู้บริโภคอัตโนมัติทันทีเมื่อใช้บริการ โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รับเศรษฐกิจท่องเที่ยวบูม
น.ส.วสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค เปิดเผยว่า การเลือกจังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่นำร่อง สะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัวติด 1 ใน 3 ของประเทศ มีมูลค่าประมาณ 590,000 บาทต่อคนต่อปี อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีเงินฝากและเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงสูงสุดในพื้นที่นอกกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งยังมีผู้ประกอบการร้านอาหารมากกว่า 13,600 ราย สูงที่สุดเป็นลำดับสองของประเทศ
นับเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อต่อยอดศักยภาพของโครงการดังกล่าว ภายใต้แนวคิด “ประกันภัยแบบฝังตัว” (Embedded Insurance) เชื่อมโยงเข้ากับธุรกิจร้านอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติทันทีเมื่อใช้บริการ โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเบี้ยประกันภัยในระดับต่ำเพียง 0.1% ของวงเงินความคุ้มครองหรือทุนประกัน ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเป็นการเน้นย้ำการให้ความสำคัญของสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยต่อภาคธุรกิจร้านอาหารถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย
โครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” ได้พัฒนารูปแบบการดำเนินงานให้เข้าถึงผู้ประกอบการมากขึ้น โดยเน้นการมีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมผลักดันการรับรู้ผ่านตราสัญลักษณ์ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” (Insured Restaurant & Café) ซึ่งจะมอบให้แก่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่นและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค และในครั้งต่อไป จะเป็นการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ การเสวนาเชิงลึก รวมถึงการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการร้านอาหารกับบริษัทประกันภัย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมอย่างครบวงจร
นายไกรสร ฉัตรเลขวนิช ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การที่สำนักงาน คปภ. ขับเคลื่อนโครงการ โดยเลือกพื้นที่จังหวัดชลบุรี สะท้อนถึงความสำคัญด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจบริการด้านร้านอาหารของจังหวัด ดังนั้น หอการค้าจึงจะเป็นอีกหนี่งกำลังสำคัญในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการต่อไป
นายอรัญ ศรีว่องไทย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ความเสี่ยงของธุรกิจร้านอาหารมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ดังนั้น การมีประกันภัยจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นความเสี่ยง และรับมือได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้อย่างมั่นคง
นายศิริพร สุวรรณพิทักษ์ ผู้ประกอบการร้านอาหาร Papper International Buffet กล่าวว่า จากประสบการณ์จริง การนำประกันภัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารธุรกิจ ทำให้มั่นใจ ในการให้บริการมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ดูแลลูกค้าให้พึงพอใจ แต่ยังสามารถดูแลเขาได้ในวันที่เกิดเหตุไม่คาดคิด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Customer Journey ที่หลายคนอาจมองข้าม
นางนภัสนันท์ พรรณนิภา นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาพำนักระยะยาวทำให้ความคาดหวังของลูกค้ามีความหลากหลายและสูงขึ้น ประกันภัยจึงมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยง และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มั่นใจให้กับลูกค้าในทุกมิติ
นายอมรศักดิ์ มาลา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการประกันภัย สรุปว่า ความเสี่ยง ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของธุรกิจร้านอาหาร แต่สามารถปิดหรือจัดการ ความเสี่ยง ได้ด้วยการบริหารจัดการที่รอบคอบและการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการรองรับความไม่แน่นอน และเป็นการสะท้อนความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคของผู้ประกอบการอีกด้วย

