HoonSmart.com>>กรุงเทพประกันชีวิต ตั้งเป้าปี 2569 เบี้ยรับปีแรกโต 15% พร้อมเสริมศักยภาพตัวแทน จับมือธนาคารกรุงเทพ ขยายผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่ง ตั้งเป้าแบรนด์ติดท็อป 3 ในใจลูกค้า ตลาดคาดกำไรสุทธิหดตัว 8% จากแรงกดดันรายได้ลงทุน แต่ Valuation ยังอยู่ในระดับไม่แพง Dividend Yield ราว 5% ยังคงเป็นจุดดึงดูดนักลงทุน
บล.บัวหลวง ระบุว่า บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต (BLA) ยังเน้นพัฒนาช่องทางการขายให้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของตัวแทน การทำงานร่วมกับธนาคารกรุงเทพ (BBL) และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เพื่อให้เป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของลูกค้า แม้ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 2569 จะลดลง 8% YoY แต่ Valuation metrics ของ BLA อยู่ในระดับไม่แพง พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 5%
พัฒนาแบรนด์และช่องทางการขายให้ดีขึ้น
BLA ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจะเติบโต 15%ในปี 2569 โดยบริษัทจะเน้นสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ตั้งเป้าเป็นแบรนด์ 3 อันดับแรกในใจของลูกค้า นอกจากนี้จะเร่งพัฒนาช่องทางตัวแทนอย่างต่อเนื่อง จากการเน้นเพิ่มตัวแทนใหม่มากขึ้น และพัฒนาตัวแทนปัจจุบันให้มีความสามารถในการขายผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้น สำหรับช่องทางธนาคาร ก็จะทำงานร่วมกับธนาคารกรุงเทพ ให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ด้านบริหารความมั่งคั่งและให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
ด้านธุรกิจลงทุนคาดว่ารายได้จากธุรกิจลงทุนจะลดลง YoY ในปี 2569 กดดันจากแนวโน้มรายได้จากการลงทุน (ดอกเบี้ยและเงินปันผล) ลดลง สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อ่อนตัวลง นอกจากนี้ยังประเมินว่าจะบันทึกกำไรจากการ mark-to-market เงินลงทุนกองทุนหุ้นและ REIT ต่างประเทศลดลงในปีนี้ด้วยเช่นกัน
กำไรสุทธิ 4Q68 เติบโต YoY (แต่ลดลง QoQ)
กำไรสุทธิ 4Q68 เท่ากับ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 92% YoY (รายได้ธุรกิจประกันภัยและกำไรจากการขายเงินลงทุนเพิ่มขึ้น) แต่ลดลง 42% QoQ (กำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง) โดยผลการดำเนินงานของธุรกิจประกันภัยอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY และ 28% QoQ หนุนจากรายได้ธุรกิจประกันภัยเติบโต 12% YoY และ 3% QoQ และค่าใช้จ่ายการบริการประกันภัยลดลง
ในเบื้องต้น คาดกำไรสุทธิ 1Q69 จะทรงตัว YoY (แต่ลดลง QoQ จากกำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง)
ตลาดคาดกำไรจะลดลง 8% YoY ในปี 2569 แม้ตลาดมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ BLA ต่อเนื่องตั้งแต่ ก.ย.2568 อย่างไรก็ตาม consensus คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ที่ 6.4 พันล้านบาท ลดลง 8% YoY คาดว่าน่าจะเกิดจากกำไรจากการ mark-to-market เงินลงทุนลดลง
ราคาหุ้นปัจจุบันมี PER ปี 2569 เพียง 5.1 เท่า และ PBV ปี พ.ศ. 2569 ที่ 0.6 เท่า ขณะที่ตลาดคาดการณ์ ROE ปี พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 12.4% คิดเป็น PBV/ROE ratio ที่ 0.046 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV/ROE ratio ของกลุ่มธนาคารที่เราศึกษาที่ 0.105 เท่าอยู่มาก และสามารถคาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผลได้ราว 5% สำหรับปี 2569
ทั้งนี้ ให้แนวรับที่ 18.50 บาท แนวต้าน 21 และ 22 บาท ตัดขาดทุน < 18 บาท
