HoonSmart.com>>เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) เดินหน้าสร้างสถิติใหม่ในปี 2569 ด้วยคำสั่งซื้อกว่า 5.1 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการตลาดที่ 4 พันล้านบาท หนุนกำไรคาดแตะ 370 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% YoY จีนชอบกินทุเรียนไทย
บล.บัวหลวง ระบุว่า บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ NTF กำลังเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์หลักจากการเติบโตของการส่งออกทุเรียนไทย โดยมีสัดส่วนรายได้จากทุเรียนมากกว่า 90% และพึ่งพาความต้องการจากจีนเป็นหลัก ส่งผลให้รายได้เติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง +95% ในปี พ.ศ. 2566, +120% ในปี พ.ศ. 2567 และ +136% ในปี พ.ศ. 2568 แม้มีลักษณะฤดูกาล (low season ในไตรมาส 1 และ peak ในไตรมาส 2) แต่ยังสามารถรักษาการเติบโต YoY ได้ดี
ขณะที่กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ โดยปี พ.ศ. 2567 เพิ่มขึ้น +184% และปี พ.ศ. 2568 +257% จากการขยายตัวของอัตรากำไร (GM เพิ่มเป็น 20% จาก 16%, NM เป็น 9% จาก 5.8%) พร้อมฐานะการเงินที่แข็งแรงขึ้นหลัง IPO โดย D/E ลดลงเหลือ 0.55 เท่า
ภาพอุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยมูลค่าส่งออกทุเรียนไปจีนยังเติบโตต่อเนื่อง (ม.ค. พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 1.03 หมื่นล้านบาท +67% YoY)
ขณะที่ฝั่ง supply มีการขยายพื้นที่ปลูก +10% YoY และผลผลิตเพิ่ม +16% YoY แม้ราคาทุเรียนในประเทศอ่อนลง แต่ราคาส่งออกยังปรับขึ้นต่อเนื่องและมี premium กว่าของเวียดนาม สะท้อนความแข็งแกร่งด้านคุณภาพของไทย
แม้ NTF มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเร็ว (0.18% ในปี พ.ศ. 2565 เป็น 1.5% ในปี พ.ศ. 2568) แต่ยังถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับตลาดรวม ทำให้ยังมี upside อีกมาก อีกทั้ง demand จากจีนยังอยู่ในระดับต่ำ เทียบเป็นเพียง 1 กก./คน เมื่อเทียบกับไทย (5 กก.) และมาเลเซีย (13 กก.) ที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งการจัดระเบียบล้งจีนโดยภาครัฐอาจช่วยให้ผู้ส่งออกไทยมีอำนาจต่อรองดีขึ้น
ปัจจุบัน NTF มีคำสั่งซื้อปี พ.ศ. 2569 แล้วราว 5.1 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการรายได้ตลาดที่ทำไว้ที่ 4 พันล้านบาท จึงทำให้กำไรที่คาดไว้ราว 370 ล้านบาท (+60% YoY) มี upside
Tactical view: Valuation ยังอยู่ในระดับต่ำ PER เพียง 6–7 เท่า สวนทางกับการเติบโตสูง ทำให้มองว่าหุ้นยังมี upside จากทั้งการเติบโตและการปรับประมาณการในอนาคต
Head-up event: ขอเชิญร่วมเข้าฟัง Virtual Conference ที่จัดกับ NTF ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 14:00 น. เพื่ออัปเดตแนวโน้มธุรกิจและโอกาสการเติบโตในระยะถัดไปของบริษัท
