บล.กสิกรฯหวังแนวต้าน 1,460 จุด ลุ้นส่งออกก.พ.-ฟันด์โฟลว์-สงครามตึงเครียด

HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับ 1,415 และ 1,400 จุด แนวต้าน  1,445 และ 1,460 จุด ดัชนีจะแกว่งตามตัวเลขส่งออกเดือนก.พ. -สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง-ทิศทางเงินทุนต่างชาติ  ด้านธนาคารกสิกรไทยคาดค่าเงินบาทที่ระดับ 32.30-33.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมาทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือนที่ 32.93 บาท 

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (23-27 มี.ค. 2569) ว่า ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,415 และ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนก.พ. ของไทยสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของญี่ปุ่น ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนตัวเลขกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน

ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ย่อตัวลงตามแรงขายต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ พลังงานและค้าปลีก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังอิหร่านผ่อนคลายข้อจำกัดในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซบางส่วน (แต่ยังมีการคุมเข้มสำหรับเรือของสหรัฐฯ-อิสราเอลและพันธมิตรที่เข้าร่วมโจมตีอิหร่าน) ส่งผลให้มีแรงซื้อคืนหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

ในเวลาต่อมาดัชนีหุ้นร่วงลงอีกครั้งตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย โดยมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการโจมตีแหล่งพลังงานหลายแห่งในพื้นที่ตะวันออกกลาง ประกอบกับมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากการที่เฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับลดดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยคาดว่ามีแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าผู้นำอิสราเอลระบุว่าจะไม่โจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านอีก ประกอบกับประเด็นการเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น

ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,432.99 จุด เพิ่มขึ้น 1.68% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,480.02 ล้านบาท ลดลง 8.96%  ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.47% มาปิดที่ระดับ 219.08 จุด

ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท สัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.30-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ  จากสัปดาห์ที่ผ่านมาแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือนที่ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวกลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์

“เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงต้นสัปดาห์ถูกกดดันจากการเคลื่อนไหวในกรอบสูงของราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่เงินบาทฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงต่อมา ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ น่าจะมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายเพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมเฟด”

เงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งตามการร่วงของราคาทองคำตลาดโลก โดยเงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือน (นับตั้งแต่ปลายมิ.ย. 2568) ที่ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานระบุว่า อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกาตาร์ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งส่งผลให้ตลาดปรับลดการคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่า dot plot ล่าสุดของเฟดจะยังส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ย 1 ครั้งก็ตาม

อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย หลังจาก BOJ, BoE และ ECB ส่งสัญญาณยืนดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อสกัดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 มี.ค.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค. 2569 นั้นขายสุทธิหุ้นไทย 3,216 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 8,943 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 8,038 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 905 ล้านบาท)