บล.กสิกรฯให้รับต่ำกว่า 1,400 สัปดาห์หน้าแกว่งตาม 4 ปัจจัย

HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับ 1,390 และ 1,360 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,430 และ 1,460 จุด  รอผลประชุมเฟด (17-18 มี.ค.) สถานการณ์ตะวันออกกลาง การเมืองไทยและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาทธนาคารกสิกรไทยคาดที่ 31.50-32.50 บาท/ดอลลาร์ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 บาท 

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (16-20 มี.ค. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,390 และ 1,360 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,430 และ 1,460 จุด ตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (17-18 มี.ค.) สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประเด็นการเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ และ BOE ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของยูโรโซน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนมี.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับตัวลงในช่วงแรกสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งยังคงไม่คลี่คลาย ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นบิ๊กแคปทุกกลุ่มอุตสาหกรรม (นำโดย หุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจปิโตรเคมี) ดัชนีหุ้นดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาโดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวที่ว่ากลุ่มประเทศ G7 ได้มีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการระบายน้ำมันสำรอง รวมถึงถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้กรอบการปรับขึ้นของดัชนีหุ้นเริ่มจำกัดช่วงกลางสัปดาห์ หลังมีรายงานข่าวว่าเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนจะดีดตัวขึ้นอีกครั้งเนื่องจากประเด็นการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดประเมินว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นพลิกกลับมาร่วงลงในช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและมีแนวโน้มลากยาว ซึ่งล่าสุดผู้นำอิหร่านคนใหม่ได้ประกาศสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง

ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,409.35 จุด ลดลง 0.07% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 70,826.26 ล้านบาท ลดลง 35.89% ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.02% มาปิดที่ระดับ 218.06 จุด

ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ  หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า สงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุดลง

อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกอ่อนค่ากลับมาในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อหนุนให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเคลื่อนไหวในกรอบสูงต่อเนื่อง (ล่าสุด ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป) ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 32.00 ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงท้ายสัปดาห์ (นับตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค. 2568) สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ประกอบกับฟันด์โฟลว์ของต่างชาติที่อยู่ในฝั่งขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยก็เป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ประกอบกับมีแรงหนุนจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับสูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่อาจทำให้เฟดไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปีนี้

ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 2569 เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 ก่อนจะปิดตลาดในประเทศที่ 32.27 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 มี.ค.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 9-13 มี.ค. 2569 นั้นขายสุทธิหุ้นไทย 20,036 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ตลาดพันธบัตรไทย 15,261 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 14,359 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 902 ล้านบาท)