HoonSmart.com>>บล.เอเซีย พลัส ประเมินสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 13 ส่งผลให้อุปทานน้ำมันชะงักและดันให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 100 เหรียญสหรัฐฯ แต่ทิศทางของสงครามเริ่มส่งสัญญาณการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ “เฟส 4” (เริ่มมีคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย) ซึ่งตามสถิติวัฏจักรสงครามเมื่อเข้าสู่เฟส 4 ตลาดหุ้นจะหยุดสภาวะตื่นตระหนก (Panic) และเริ่มสร้างฐานเพื่อเตรียมฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติ
อย่างไรก็ตามความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นยังคงกดดันภาพรวมเศรษฐกิจโลกประเมินผ่านแบบจำลอง BECO หากพุ่งจาก 65 เหรียญฯ ไปสู่ 108 เหรียญฯ จะดันให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทะลุ 3% ต่อเนื่องถึง 2 ไตรมาสติดกัน ปัญหาเงินเฟ้อรอบใหม่นี้จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยได้ยากขึ้น โดยสัญญาณจากดัชนี Fedspeak เริ่มสะท้อนมุมมองที่แข็งกร้าว (Hawkish) มากขึ้น ต้องติดตามการประชุม เฟดและการเปิดเผย Dot Plot ในวันที่ 18 มีนาคมนี้อย่างใกล้ชิด
ตลาดหลักทรัพย์เล็งชงรัฐดัน “TISA” ให้รัฐบาลพิจารณาในเดือนเมษายน 2569 เพื่อจูงใจให้ประชาชนนำเงินออมมาลงทุนในตลาดทุนระยะยาว ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินและสร้างเสถียรภาพให้ตลาดหุ้นไทย ชูตลาดหุ้นไทย Safe Haven แม้จะมีแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องแตะระดับ 2.8 หมื่นล้านบาทในเดือนนี้ แต่ดัชนียังสามารถยืนหยัดและฟื้นตัวสวนกระแสตลาดโลกได้จากแรงซื้อของสถาบันและรายย่อย โดยมีอัตราเงินปันผลเฉลี่ยสูงถึง 4% ต่อปี และมี P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า
กลยุทธ์การลงทุนดักเก็บ 8 หุ้นใหญ่ ปันผลทะลุดอกเบี้ย-ESG AAA เพื่อรับกระแสเงินสดและรอความชัดเจนของกองทุน TISA โดยเน้นคัดกรอง “หุ้นใหญ่สภาพคล่องสูง” ที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล สูงกว่าดอกเบี้ยหุ้นกู้ระยะยาว 3-5 ปี และได้รับการประเมิน ESG Rating ในระดับสูงสุดที่ “AAA” เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน โดยมีหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่:
SCB คาดการณ์ปันผลปี 2569 สูงถึง 7.4% (มี Upside 8.0%)
CPF คาดปันผล 5.3% (มี Upside 22.1%)
CPAXT คาดปันผล 4.8%
ADVANC คาดปันผล 4.4% (หุ้นผันผวนต่ำ)
CPALL คาดปันผล 3.9%
SCGP คาดปันผล 3.4%
BEM คาดปันผล 2.8%
CENTEL คาดปันผล 2.4%
