HoonSmart.com>>บล.ดาโอ ส่องมาตรการลดใช้จ่ายพลังงาน WFH มองเป็น “ลบ” กลุ่มขนส่งภาคพื้นดิน กรณีผู้โดยสารรถไฟฟ้า-ผู้ใช้ทางด่วนลดลงทุก 20% เป็นเวลา 30 วัน กระทบประมาณกำไรสุทธิ 3% ส่วนกลุ่มป้ายโฆษณา-ผู้ค้าปลีกน้ำมัน มองผลกระทบจำกัด แนะซื้อ PLANB-OR-PTG ส่วน BEM ได้อานิสงส์ผู้ใช้บริการเดือนก.พ.ดีกว่าคาด กรณี WFH มาตรการชั่วคราว ระยะยาวยังมองบวก
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินหุ้นที่ได้รับผลกระทบมาตรการลดการใช้จ่ายพลังงานเสนอแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานให้ ครม. เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2569 โดย
ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิต Work from Home (WFH) ทันที: สำหรับส่วนงานที่ไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน และ งดเดินทางไปศึกษาดูงาน/อบรมในต่างประเทศ: ให้เปลี่ยนมาดำเนินการภายในประเทศแทน มองเป็นลบต่อกลุ่ม Ground Transport จากมาตรการ WFH โดยเบื้องต้นประเมิน sensitivity กรณีผู้โดยสารรถไฟฟ้าและผู้ใช้ทางด่วนที่ปรับตัวลงทุกๆ -20% เป็นเวลา 30 วัน จะกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิราว -3%
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมาตรการยังกำหนดใช้ในหน่วยงานราชการ ทำให้ผลกระทบอาจไม่ได้มากเท่าที่ประเมิน แต่ยังต้องติดตามหลังจากนี้หากมีการขยายการใช้มาตรการในหน่วยงานอื่น
สำหรับ BEM ยังแนะนำซื้อ ราคเป้าหมาย 9.00 บาท อิง SOTP แม้ระยะสั้นจะมีปัจจัยกดดันจากการประกาศใช้มาตรการ Work from home แต่ DAOL มองว่าจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว โดยคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มระยะยาวตามการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า ขณะที่โครงการใหม่ ได้แก่ Double Deck และสัญญาเดินรถสายสีม่วงใต้ คาดจะเห็นความคืบหน้าในครึ่งปีหลังปี 2569
สำหรับประเด็นการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า เชื่อว่ายังต้องใช้เวลาศึกษาและเจรจา ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างสะท้อนความกังวลแล้ว
นอกจากนี้ BEM รายงานผู้ใช้บริการ ก.พ.2569 ที่ 4.7 แสนเที่ยว/วัน (+3% YoY, +8% MoM) ดีกว่าคาดจากเทศกาลตรุษจีน จากเดิมที่ประเมินว่าจะชะลอตัว โดยการขยายตัวได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่สูงขึ้นอานิสงส์เทศกาลตรุษจีน ซึ่งในปีนี้ตรงกับช่วงเดือน ก.พ.2569 ขณะที่ในปี 2568 มีช่วงคาบเกี่ยวกับปลายเดือน ม.ค.2568 ขณะที่ DAOL มองว่าแนวโน้มผู้ใช้บริการในช่วง มี.ค.-เม.ย.2569 มีโอกาสกลับมาชะลอ MoM จากปัจจัย ฤดูกาลช่วงปิดเทอมและวันหยุดยาว รวมถึงรัฐประกาศใช้มาตรการ Work from home กับราชการและรัฐวิสาหกิจ แต่เชื่อว่าจะยังทรงตัวหรือขยายตัวได้ YoY จากฐานต่ำปีก่อนที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์อุบัติเหตุงานก่อสร้างพระราม 3-ดาวคะนองและแผ่นดินไหว
DAOL ประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 3.9 พันล้านบาท (+3% YoY) สำหรับ Q1/69 เบื้องต้นประเมินกำไรสุทธิจะโตเล็กน้อย YoY, QoQ ตามทิศทางปริมาณผู้ใช้บริการ SG&A ชะลอตามฤดูกาลและการจัดการต้นทุนรวมถึงค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยปรับตัวลง
พร้อมกันนี้มองผลกระทบจำกัดต่อกลุ่ม Media และ Oil retailers แนะนำซื้อ PLANB ราคาเป้าหมาย 5.50 บาท เราคาดผลกระทบจำกัดจากมาตรการ WFH เนื่องจากปัจจุบันมีการบังคับใช้ในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเท่านั้น
สำหรับการดับไฟป้ายโฆษณาปัจจุบันยังเป็นเพียงแนวนโยบายภาครัฐและยังไม่มีข้อบังคับอย่างเป็นทางการ โดยป้ายของ PLANB สามารถหรี่ไฟได้อยู่แล้วและปัจจุบันก็อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ดังนั้นมองว่าผลกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างจำกัด
OR แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 18.00 บาท, PTG แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท คาดการลดเวลาให้บริการสถานีบริการน้ำมันจะมีผลกระทบที่จำกัดต่อผลประกอบการของผู้ค้าปลีกน้ำมัน เนื่องจากช่วงหลัง 22.00 น. น่าจะเป็นช่วงที่มีอุปสงค์น้อยอยู่แล้ว อีกทั้ง DAOL คาดว่าการเร่งเวลาปิดบริการให้เร็วขึ้นอาจจะทำให้อุปสงค์ช่วงระหว่างวันสูงขึ้น
ทั้งนี้ น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ มีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) ให้ Work from Home (WFH) ทันที: สำหรับส่วนงานที่ไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน และ งดเดินทางไปศึกษาดูงาน/อบรมในต่างประเทศ: ให้เปลี่ยนมาดำเนินการภายในประเทศแทน
2) กำหนดเวลาปิดเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าก่อนปิดทำการอย่างน้อย 30-60 นาที
หากสถานการณ์พลังงานรุนแรงมากขึ้น จะมีมาตรการเพิ่มขึ้น ดังนี้
3) กำหนดระยะเวลาเปิดปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยมีข้อยกเว้นสถานีบริการบนทางหลวงหลัก
4) ดับไฟป้ายโฆษณาหลัง 4 ทุ่ม: งดใช้ไฟฟ้าสำหรับป้ายโฆษณา ป้ายชื่อร้านค้า ป้ายโรงภาพยนตร์ และสถานที่ทำธุรกิจ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป (ที่มา: ข่าวสด, bangkokbiznews)
ด้านหุ้น BEM ณ เวลา 10.43 น. อยู่ที่ 5.35 บาท -0.05 บาท หรือ -0.93% มูลค่าการซื้อขาย 53.75 ล้านบาท
PLANB อยู่ที่ 4.30 บาท +0.06 บาท หรือ +1.42% มูลค่าการซื้อขาย 19.98 ล้านบาท
OR อยู่ที่ 11.30 บาท +0.10 บาท หรือ +0.89% มูลค่าการซื้อขาย 66.71 ล้านบาท
PTG อยู่ที่ 8.20 บาท +0.10 บาท หรือ +1.23% มูลค่าการซื้อขาย 16.85 ล้านบาท
