“หุ้นโตเกียว-เอเชีย”บวก จับตาการปล่อยน้ำมันสำรอง

HoonSmart.com>>”หุ้นโตเกียว-เอเชีย” เช้านี้บวก นักลงทุนยังประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จับตาสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ เสนอปล่อยน้ำมันดิบสำรองออกมามากที่สุดในประวัติศาสตร์ หนุนความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นชั่วคราว ท่ามกลางตลาดผันผวน

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับตัวขึ้น ต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้นอย่างมากในวันก่อนหน้า แม้ดัชนีหลักในวอลล์สตรีทมีทิศทางต่างกันเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยปรับตัวขึ้นในเกือบทุกภาคส่วน นำโดยหุ้นขนาดใหญ่ หุ้นส่งออก และหุ้นกลุ่มการเงิน เนื่องจากคลายความกังวลเรื่องน้ำมันหลังราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง

ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่นำการปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก และกลุ่มพลังงานไฟฟ้าและก๊าซ

ณ เวลา 9.16 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 55,363.25 จุด เพิ่มขึ้น 1,114.86 จุด, +2.06%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวขึ้นแทบทั้งภูมิภาค ขณะที่นักลงทุนยังประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันผันผวนหลังจากวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่าสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศเสนอให้ปล่อยน้ำมันดิบสำรองออกมามากที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นชั่วคราวในตลาดที่มีความผันผวน

หุ้นเอเชียปรับตัวขึ้น 1.3% หลังจากวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบที่จะปล่อยออกสู่ตลาดในปีนี้จะสูงกว่า 182 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณที่ประเทศสมาชิก IEA ปล่อยออกมาสองครั้งในปี 2022 เมื่อรัสเซียเริ่มรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงมากกว่า 1% ในช่วงแรก มาอยู่ที่ต่ำกว่า 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากนั้นก็ผันผวนขึ้นลงเล็กน้อย

คูน โกห์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเอเชียของ Australia & New Zealand Banking Group กล่าวว่าตลาดยังคงวิตกกังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ดังนั้น ข่าวการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นจาก IEA สหรัฐฯ หรือกลุ่ม G-7 ก็จะช่วยบรรเทาความกังวลในตลาดน้ำมันได้ในระยะสั้น

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเป็นสัปดาห์ที่สองยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เตือนอิหร่านไม่ให้วางทุ่นระเบิดในจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงาน หลังจากมีรายงานข่าวว่าอิหร่านกำลังเตรียมการหรือได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว ในขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศ G-7ได้ขอให้หน่วยงานด้านพลังงานหลักของกลุ่มเตรียมแผนรับมือสำหรับการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน

ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัว เนื่องจากนักลงทุนรอดูสถานการณ์ และรอสัญญาณเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ขณะที่ข้อความที่สับสนเกี่ยวกับการแก้ไขความขัดแย้งทำให้ความเชื่อมั่นยังคงอ่อนแอ

ค่าเงินดอลลาร์ซึ่งพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ได้ลดลงบ้างจากความหวังว่าจะมีการยุติสงครามอย่างรวดเร็ว แต่บรรดานักวิเคราะห์ยังคงไม่เชื่อมั่นว่าความขัดแย้งจะจบลงเร็ว และคาดว่าสงครามจะยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับสกุลเงินอื่นอีก 6 สกุล อยู่ที่ 98.876 ขยับขึ้นเล็กน้อยจากระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ทำไว้เมื่อวันจันทร์

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,118.412 จุด ลดลง 4.726 จุด, -0.11%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,994.96 จุด เพิ่มขึ้น 35.06 จุด, +0.14%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,717.38 จุด เพิ่มขึ้น 184.79 จุด, +3.34%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 33,632.05 จุด เพิ่มขึ้น 860.18 จุด, +2.62%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.16 ดอลลาร์หรือ 0.19% ซื้อขายที่ 83.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.42 ดอลลาร์ หรือ 0.48% ซื้อขายที่ 88.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–