ดาวโจนส์ปิดลบ 34 จุด กังวลความขัดแย้งตะวันออกกลาง

HoonSmart.com>>ดาวโจนส์ปิดลบ 34 จุด กังวลผลกระทบความขัดแย้งตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจ ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่าใกล้จะยุติสงครามกับอิหร่าน และราคาน้ำมันลดลงเล็กน้อย  ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นแรงนำโดยกลุ่มธนาคาร 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 10 มี.ค.2569 รวมทั้งดัชนี S&P 500 ปิดลบท่ามกลางการซื้อขายที่ยังผันผวน เนื่องจากความขัดแย้งในอิหร่านยังคงทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะระมัดระวัง ขณะที่ประเมินการส่งสัญญาณของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ว่าใกล้จะยุติสงครามกับอิหร่าน และราคาน้ำมันลดลงเล็กน้อย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,706.51 จุด ลดลง 34.29 จุด, -0.07%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,781.48 จุด ลดลง 14.51 จุด, -0.21%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,697.10 จุด เพิ่มขึ้น 1.16 จุด, +0.01%

ในช่วงแรกตลาดปรับตัวขึ้น ตลาดยังคงมีความหวังว่าจะสามารถหาทางออกได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ แม้ว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่านจะประกาศว่าประเทศจะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันไปยังตะวันออกกลางจนกว่าการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลจะยุติลง แต่ได้อ่อนตัวลงสู่แดนลบเนื่องจากความหวังเกี่ยวกับการยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่เร็วกว่าที่คาดไว้นั้นริบหรี่ลง ท่ามกลางภัยคุกคามทางทหารที่เกิดขึ้นใหม่และความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน

ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับตัวลดลงมากถึง 15% หลังจากคาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามคำกล่าวอ้างของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส ไรท์ ที่โพสต์ในโซเชียลมีเดียก่อนที่จะลบไปในภายหลัง หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกลบไปแล้ว ราคาน้ำมันก็ดีดตัวขึ้นเล็กน้อยจากระดับต่ำสุด ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงจากระดับสูงสุดของวัน

นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังแสดงท่าทีว่าอาจพร้อมที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันต่อรัสเซีย ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน และยังเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีความคืบหน้าในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนอีกด้วย

ดัชนี Dow Jones และ S&P 500 ปรับตัวลงสู่แดนลบ ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์แสดงปฏิกิริยาต่อรายงานที่ว่าอิหร่านกำลังวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องแคบสำคัญ ด้วยการขู่ว่าจะตอบโต้และเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนโดยสิ้นเชิงอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังคงมีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าสงครามยังไม่ยุติลงในเร็ววัน แม้วันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่าปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ตัดกำลังทางทะเลและทางอากาศของอิหร่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเร็วกว่ากำหนดเวลาที่คาดการณ์ไว้ประมาณสี่ถึงห้าสัปดาห์มาก

ขณะเดียวกัน เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลกล่าวว่าปฏิบัติการโจมตี “ยังไม่เสร็จสิ้น” ก่อนที่จะเริ่มการโจมตีระลอกใหม่ในเตหะรานในวันอังคาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ พีท เฮกเซธ เตือนว่าวันอังคารจะเป็นวันที่ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาและอิหร่านจะพ่ายแพ้อย่างยับเยิน

ทิม กริสกี นักกลยุทธ์อาวุโสของบริษัท Ingalls & Snyder ในนิวยอร์กกล่าวว่า นักลงทุนหลายคนสับสนมาก โดยข่าวจากทำเนียบขาวที่ทำให้ตลาดมีความหวัง แต่แล้วเมื่อทุกอย่างชัดเจนขึ้น ตลาดก็ตระหนักว่าเรื่องนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ

ความขัดแย้งดังกล่าวได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อท่ามกลางตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่อันตรายของต้นทุนที่สูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (stagflation)

หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปปรับตัวสูงขึ้น โดย Nvidia เพิ่มขึ้น 1.2% ขณะที่ SanDisk และ Western Digital เพิ่มขึ้น 5.1% และ 1.6% ตามลำดับ
หุ้นบริษัทประกันสุขภาพ Centene ร่วงลงมากกว่า 16% หลังจากยืนยันการคาดการณ์กำไรปี 2026

นักลงทุนยังรอข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศในปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคของกระทรวงแรงงาน การคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่สี่ครั้งที่สองของกระทรวงพาณิชย์ และรายงานการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ คือยอดขายบ้านมือสองเดือนกุมภาพันธ์จากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.7% มาที่ 4.09 ล้านยูนิต เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่า 3.89 ล้านยูนิต ที่นักวิเคราะห์คาด แต่เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านลดลง 1.4%

ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) รายงาน การจ้างงานของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15,500 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 กุมภาพันธ์

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกและปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบหนึ่งวันนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว เนื่องจากตลาดโลกคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะยุติสงครามที่ร่วมกับอิสราเอลต่ออิหร่านในเร็วๆ นี้ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้นและมีการปรับตัวขึ้นในวงกว้าง

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 606.12 จุด เพิ่มขึ้น 11.20 จุด, +1.88%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,412.24 จุด เพิ่มขึ้น 162.72 จุด, +1.59%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,057.36 จุด เพิ่มขึ้น 142.00 จุด, +1.79%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,968.63 จุด เพิ่มขึ้น 559.26 จุด, +2.39%

หุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความกังวลของนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ฟื้นตัวขึ้น 3.6% นำโดย HSBC และ Santander ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนี STOXX 600 ให้ปรับตัวขึ้น

ดัชนีหุ้นของสเปนซึ่งมีหุ้นกลุ่มการเงินเป็นสัดส่วนสูงปรับขึ้นดีกว่าดัชนีหลักอื่นๆ โดยเพิ่มขึ้น 3.1% ตามมาด้วยดัชนี DAX ของเยอรมนีที่มีบริษัทส่งออกจำนวนมาก ทั้งสองดัชนีปรับขึ้นสูงสุดในหนึ่งวันนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 2.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและสันทนาการพุ่งขึ้น 2.5% จากความคาดหวังว่าเที่ยวบินและการท่องเที่ยวจะกลับสู่ภาวะปกติ

แม้ว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง ซึ่งเพนตากอนและชาวอิหร่านในพื้นที่กล่าวว่าเป็นปฏิบัติการทางอากาศที่รุนแรงที่สุดในสงคราม แต่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นจากคำกล่าวของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าสงคราม เกือบจะจบลงแล้ว

ราคาน้ำมันยังคงเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากอิหร่านประกาศว่าจะปิดกั้นการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียจนกว่าการโจมตีจะยุติลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนอย่างมาก โดยลดลง 11% เหลือต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานพลิกกลับมาปิดตลาดสูงขึ้น 0.3%
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ได้ทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทั่วโลกอีกครั้ง ส่งผลให้ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ยุโรปซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างมาก ยังคงมีความเปราะบางในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจก็อ่อนแออยู่แล้ว

ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป 3 คนกล่าวว่า ธนาคารกลางควรใช้เวลาในการประเมินนโยบายอีกครั้งและคงนโยบายปัจจุบันไว้ก่อน ข้อมูลจาก LSEG แสดงให้เห็นว่าขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้
ในบรรดาหุ้นรายตัว หุ้น Volkswagen ปรับตัวขึ้น 2.6% เนื่องจากกลุ่มบริษัทรถยนต์สัญชาติเยอรมันคาดการณ์ว่าอัตรากำไรจะฟื้นตัวหลังจากปี 2025 ที่ยากลำบาก

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 11.32 ดอลลาร์ หรือ 11.94% ปิดที่ 83.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 11.16 ดอลลาร์ หรือ 11.28% ปิดที่ 87.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–