“บลูเบลล์” มองทองคำยังน่าถือระยะยาว “เจพีมอร์แกน”คงเป้าปีนี้ 6,300 ดอลลาร์

HoonSmart.com>>บล.บลูเบลล์ เผยนักลงทุนขายทำกำไรทองคำ สัญญา Long ทองคำสุทธิต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนก.ย.68 มากถึง 40% หากแรงซื้อกลับแตะระดับเดิม หนุนราคาทองปรับขึ้น 6-9% ประเมิน “ทองคำ” ยังน่าสนใจถือลงทุนระยะยาว ด้าน JPMorgan ย้ำมุมมอง “บวก” ต่อทองคำในระยะยาว คงเป้าราคาสิ้นปีนี้ 6,300 ดอลลาร์

บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ เผยทิศทางราคาทองคำปี 2026 จะไปต่อหรือพอแค่นี้❓จากความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกา/อิสราเอลกับอิหร่านที่ลุกลามจนกระทบเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กำลังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนที่กังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

อย่างไรก็ตาม หากย้อนดูเหตุการณ์ในอดีต เช่น สงครามอิหร่าน–อิรัก (1980) สงครามอ่าวเปอร์เซีย (1990/91) และสงครามอิรัก (2003) จะพบรูปแบบที่ค่อนข้างคล้ายกัน คือ ราคาทองคำมักพุ่งขึ้นแรงราว 5–10% ในช่วงเริ่มต้นของความรุนแรง ก่อนจะค่อย ๆ ย่อตัวลงภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ เมื่อสถานการณ์เริ่มมีความชัดเจนหรือคลี่คลายลง

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างโดดเด่น พร้อมกับเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น แต่ราคาทองคำกลับปรับเพิ่มขึ้นได้จำกัด และหลังจากนั้นเผชิญแรงขายทำกำไรตามมา ปัจจัยสำคัญมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ในระยะสั้น ซึ่งลดความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ จึงทำให้การปรับขึ้นของราคาทองคำไม่ร้อนแรงเท่ากับราคาน้ำมันในรอบนี้

แต่ทองคำยังน่าถือระยะยาว ด้วยเหตุผลที่น่าสนใจกว่ากว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

ข้อมูล CFTC ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ แสดงให้เห็นว่านักลงทุนถือสัญญา Long ทองคำสุทธิอยู่ที่ 159,177 สัญญา เทียบเท่า 495 ตัน หรือราว 82,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนกันยายนปีก่อนที่ 830 ตัน ถึง 40% และต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนมกราคม 2026 ที่ 117,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 30% หากนักลงทุนแห่กลับเข้ามาถือครองจนถึงระดับสูงสุดอีกครั้ง จะมีแรงซื้อเพิ่มเข้ามาราว 200-335 ตัน ซึ่งทุกๆ 100 ตันของอุปสงค์ทองคำที่เพิ่มขึ้นจะดันราคาขึ้นราว 2.8% ดังนั้นในทางทฤษฎี ราคาทองคำอาจปรับขึ้นได้อีก 6-9% ในระยะสั้น

JPMorgan ย้ำว่ามุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะยาวไม่ได้พึ่งพาปัจจัยด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจัยหนุนหลักคือการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก ความกังวลต่อการขาดดุลการคลังสหรัฐฯ และความเสี่ยงเกิดภาวะ Stagflation หากราคาน้ำมันสูงยาวนาน ซึ่งหากความขัดแย้งยืดเยื้อก็ยิ่งซ้ำเติมปัจจัยเหล่านี้ โดยยังคงเป้าราคาทองคำสิ้นปี 2026 ที่ 6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์