HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด คาดแนวโน้มหุ้นวันนี้ ดัชนีมีโอกาสรีบาวด์ ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังปัจจัยเสี่ยงราคาน้ำมันดิบพุ่งเริ่มลดลง แนวต้านดัชนี 1,400 – 1,430 จุด แนวรับ 1,380 จุด แนะนำซื้อกลุ่มปันผลสูง ราคาปรับลดลง ชู ADVANC, KBANK ,SCB ,KTB, GULF, TFG, SIRI, JMT เก็งกำไร DELTA หุ้น High Beta พร้อมเสิร์หุ้นวันนี้ชู BANPU, KLINIQ
บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,380 จุด แนวต้าน 1,400 – 1,430 จุด คาดดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นเทรดบน F/PE กรณีฐานที่ 15.0 – 15.2 เท่า หลังปัจจัยเสี่ยงกรณีราคาน้ำมันดิบพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เริ่มลดลง และยังรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำซื้อกลุ่ม High Dividend ที่ปรับลดลงมา เช่น ADVANC, KBANK ,SCB ,KTB, GULF, TFG, SIRI, JMT และเก็งกำไร DELTA ที่เป็นหุ้น High Beta
ส่วนข้อเศรษฐกิจวันนี้ติดตาม CPI ก.พ. รวมถึงผลกระทบจากแนวโน้มราคาพลังงานที่สูงขึ้นต่ออัตราเงินเฟ้อไทยในปีนี้
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดวานนี้ DJIA +0.49%, S&P500 +0.78%, Nasdaq +1.29% หลัง NY Times เผยเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของอิหร่านได้ติดต่อกับ CIA เพื่อเจรจายุติสงคราม ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ประกาศส่งเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลให้ตลาดความกังวลต่อสถานการณ์พลังงาน และ VIX Index ปรับลดลงอยู่ที่ 21.15
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐ ก.พ. ปรับขึ้นอยู่ที่ 56.1 & ม.ค. 53.8 สูงสุดนับตั้งแต่ ก.ค. 65 และ ADP รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ก.พ. +63,000 & คาด +48,000 ตำแหน่ง สัปดาห์นี้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และวันศุกร์ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.พ. คาด 58,000 & ม.ค.130,000 ราย
หุ้นเด่นแนะนำ BANPU (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 6.55 บาท) ได้รับ sentiment บวกจากสถานการณ์ในตะวันกลาง โดยบริษัทได้รับประโยชน์จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ แนวโน้ม 1Q69 bottom line ดีขึ้นจากขาดทุน FX ลดลง ส่วนผลการดำเนินงานหลักมีปัจจัยกดดันจากการผลิตถ่านหินชะลอตัวตามสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลดลงตามฤดูกาล โณงฟ้าในไทย-ลาวยังมีการปิดซ่อมตามแผน
อย่างไรก็ดีธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ จะกลับมาฟื้นตัวจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในธุรกิจ Data Center คาดการณ์กำไรสุทธิในปี 69 อยู่ที่ 1.83 พันล้านบาท บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H68 ที่ 0.18 บาท/หุ้น คิดเป็น Div.Yield 3% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 16 เม.ย. ส่วนการควบรวมกับ BPP เป็น NewCo ในช่วง 3Q69-4Q69 จะช่วยปลดล็อกมูลค่าในระยะยาวและทำให้ตัวเลขทางการเงินดีขึ้นตามลำดับ
หุ้น KLINIQ (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) กำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 111 ลบ. (+12%YoY , +41%QoQ) มีแรงหนุนจากรายได้ที่ 1,014 ล้านบาท (+20%YoY , +16%QoQ) เติบโตได้เด่น YoY QoQ ทั้งจากปัจจัยตามฤดูกาล จำนวนสาขาที่สูงขึ้น พร้อมด้วย Format ใหม่ๆและ SSSG ลูกค้าเงินสด +15.3%YoY ส่งผลให้ปัจจัยบวกมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยกดดันในด้านค่าใช้จ่ายจากการเปิดสาขาใหม่
ส่วนการดำเนินงานช่วง 1Q69 นี้ คาดว่าจะ +YoY ได้ต่อ แต่ -QoQ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มาใช้งานช่วงสิ้นปีมากกว่า ปัจจุบัน เราประเมินกำไรสุทธิ ปี69 และ ปี70 ของ KLINIQ อยู่ที่ระดับ 426 ล้านบาท ( +17%YoY) และ 470 ล้านบาท (+10%YoY)

