ผู้ถือหุ้นกู้ ACAP สู้ไม่ถอย เร่งรัดติดตามทรัพย์คืน

HoonSmart.com >>ผู้ถือหุ้นกู้ ACAP สู้ไม่ถอย เดินหน้าร่วมกันเร่งรัด ติดตามทรัพย์สิน พร้อมร้องขอความเป็นธรรมเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณก้อนสุดท้าย ไม่ได้รับทั้งต้น ทั้งดอกมากว่า 6 ปี

นายนครินทร์ วงแหวน ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากผู้ถือหุ้นกู้ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป (ACAP) เดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลแขวงปทุมวัน ในคดีระหว่างนางพรพรรณ บุญพราหมณ์ กับพวกรวม 43 คน กับบริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป  (ACAP)  และพวกรวม 4 คน เพื่อติดตามทรัพย์สินของบริษัทที่มีการโอนไปให้บริษัทลูก ทำให้กังวลว่าจะไม่สามารถนำทรัพย์สินดังกล่าวมาชำระหนี้หุ้นกู้ให้กับนักลงทุนได้ โดย ACAP ไม่ได้ชำระหนี้หุ้นกู้ให้กับนักลงทุน ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยมาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปีแล้ว มีนักลงทุนที่ได้รับความเสียหายเฉพาะในส่วนนี้ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

นายนครินทร์ กล่าวว่า วันที่ 24 ก.พ.2569 ศาลแขวงปทุมวัน ได้มีคำพิพากษาไม่รับฟ้องโจทก์ ด้วยความเคารพต่อคำพิพากษา ฝ่ายนักลงทุนจะเดินหน้าใช้สิทธิในการอุทธรณ์ เพื่อขอความชัดเจนทางเจตนารมณ์ของกฎหมาย พร้อมทั้งขอความโปร่งใส่และความยุติธรรมจากศาลตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายจากการซื้อหุ้นกู้ของ ACAP จำนวนมาก และไม่ได้รับคืนเงินต้นและดอกเบี้ยจากการลงทุนซื้อหุ้นกู้ของบริษัทฯ มาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปีแล้ว หลายคนต้องสูญเสียเงินก้อนสุดท้ายที่เก็บออมมาทั้งชีวิต

นักลงทุนรายหนึ่ง กล่าวว่า การตัดสินใจลงทุนซื้อหุ้นกู้ของ ACAP เมื่อ 6 ปีก่อน เพราะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงินกับธนาคาร โดยหวังว่าเงินก้อนนี้จะเก็บไว้ใช้ดำรงชีพในยามเกษียณได้อย่างเพียงพอ ไม่ได้หวังร่ำรวย และมั่นใจว่าจะไม่ถูกโกง เพราะหุ้นกู้ตัวนี้ออกโดยบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ถึงตอนนี้ต้องสูญเงินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย และไม่รู้จะได้คืนหรือไม่

“อยากขอให้มีการเร่งรัดดำเนินการทางกฎหมายและวิธีปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐทุกองค์กร เข้ามาเร่งรัดติดตาม เพราะเวลาล่วงเลยมานานมาก จากความเสียหาย และผู้กระทำผิดยังลอยนวล พร้อมทั้งมีการโยกย้ายสิทธิการเช่ารวมทั้งผลประโยชน์จากรายได้ให้กับบริษัทลูก และพวกพ้อง กรณีหุ้นกู้ ACAP นักลงทุนได้รับความเสียหายเยอะมาก และเป็นนักลงทุนรายย่อย ที่ใช้เงินเก็บออมจากการทำงานมาทั้งชีวิตมาลงทุน เพื่อหวังว่าจะได้มีเงินใช้อย่างเพียงพอในยามเกษียณ แต่ตอนนี้ ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยไม่ได้คืน พวกเราเดือดร้อนมาก ดำรงชีวิตยากลำบากขึ้น สำหรับผู้บริหารที่มีเงินเป็นพันล้าน เงินที่เขาต้องมาจ่ายให้กับนักลงทุนหลักสิบ หลักร้อยล้าน ก็แค่ทำให้เขารวยน้อยลง แต่สำหรับพวกเรานี่คือเงินเก็บมาทั้งชีวิต” นักลงทุนรายหนึ่งกล่าว

นายนครินทร์ กล่าวว่า นักลงทุนรายย่อยจะเดินหน้าสู้ต่อในการฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก ACAP ซึ่งมีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา รวมถึงยื่นข้อร้องเรียนขอความชัดเจน เร่งรัดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลต. กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ดีเอสไอ และปปง. เกือบทุกหน่วยงานที่สามารถขอความยุติธรรมได้ เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยได้รับความเป็นธรรมที่สุด