NCL ผลงานดีขึ้น 65% เพิ่มโอกาสธุรกิจ “ส่งเสริมป้องกันประเทศ”

HoonSmart.com >> NCL เปิดงบปี’ 68 ผลงานดีขึ้น ขาดทุนลดลง ขาดทุนสุทธิ 94.94 ล้านบ. เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุน 270.81 บล. เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ “ส่งเสริมป้องกันประเทศ” สนับสนุนเชิงบวกต่อระยะยาว

บริษัท  เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์  (NCL) รายงานผลประกอบการปี 2568 ขาดทุนสุทธิ -94.94 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.159 บาท โดยผลดำเนินงานดีขึ้น 175.87 ล้านบาท หรือ 65%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ขาดทุน -270.81 ล้านบาท

สำหรับงวด 12 เดือน 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมเท่ากับ 861.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 166.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24.1
เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน สาเหตุเกิดจาก (1) การรับรู้รายได้จากการขาย 67.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มรับรู้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2568 และ

(2) รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 106.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.6 สอดคล้องกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น
และการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องในขณะที่ (3) รายได้อื่นลดลง 7.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 78.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวในปีก่อน

ค่าใช้จ่ายรวมเท่ากับ 912.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.9 เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุเกิดจาก

(1) ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 67.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.6 ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการและ
ปริมาณงานที่ขยายตัวแต่เป็นการปรับเพิ่มในอัตราที่น้อยลงเมื่อเทียบกับ อัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ มาจาก
มาตรการปรับโครงสร้างทางด้านต้นทุน และ (2) ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 16.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.9 จากการดำเนิน
มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร ส่งผลให้ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยสำหรับงวด 12 เดือน 2568 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 95.0 ล้านบาท โดยผลขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบ
กับปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 270.7 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลง 175.7 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64.91 สาเหตุหลักมาจากการ
เติบโตของรายได้จากธุรกิจใหม่ควบคู่กับการปรับโครงสร้างต้นทุนและการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับวิเคราะห์ธุรกิจใหม่ (ธุรกิจส่งเสริมการป้องกันประเทศ)

การดำเนินธุรกิจใหม่ด้านการส่งเสริมการป้องกันประเทศเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่บริษัทคาดว่าจะสนับสนุนการเติบโต
ของกลุ่มบริษัทในระยะถัดไป โดยอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภูมิ
รัฐศาสตร์ ส่งผลให้หลายประเทศเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง งบประมาณทางการทหารของโลกเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่สหรัฐอเมริกามีแผนเพิ่มงบประมาณกลาโหมสู่ระดับประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน ปีงบประมาณ 2570 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 66.5

สำหรับประเทศไทย งบประมาณกระทรวงกลาโหม (ไม่รวมงบราชการลับ) เพิ่มขึ้นจาก 199,721 ลบ.ใน ปีงบประมาณ 2568 เป็น 204,434 ลบ.ในปีงบประมาณ 2569 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 สะท้อนแนวโน้มความต้องการด้าน การจัดหา การซ่อมบำรุง และการสนับสนุนระบบยุทโธปกรณ์ที่มีทิศทางเติบโต ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกต่อโอกาสทาง ธุรกิจของบริษัทในอุตสาหกรรมดังกล่าวในระยะยาว