NTF กางแผน Jump+ ปักธงรายได้ 3 ปี ทะยานสู่ 1 หมื่นลบ.

HoonSmart.com>>”เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย)” หรือ NTF ผู้นำธุรกิจส่งออกผลไม้สดและแช่แข็ง ประกาศแผนภายใต้โครงการ “Jump+” มุ่งสร้างการเติบโตก้าวกระโดดในระยะ 3 ปี (2569–2571) ทะยานสู่การเป็นองค์กรชั้นนำระดับสากล ตั้งเป้ารายได้รวมแตะ 10,400 ล้านบาท พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการทำกำไรผ่านนวัตกรรมขั้นสูงและการขยายฐานห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์

วิชัย ศิระมานะกุล

นายวิชัย ศิระมานะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ NTF เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์ Jump+ คือการวางรากฐานสำคัญเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดย NTF ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้ที่ระดับ 60% อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ NTF มีรายได้พุ่งขึ้นเป็น 10,400 ล้านบาท และกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นเป็น 1,030 ล้านบาท ภายในปี 2571 ภายใต้โครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยการรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไว้ในระดับที่เหมาะสม

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้อยู่ที่มาตรฐาน 2Q2T (Quality, Quantity, Time, Temperature) เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าในทุกกระบวนการ โดย NTF วางโรดแมปเร่งขยายฐานการผลิตผ่านการคัดเลือกโรงคัดบรรจุที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นอีก 5 โรงคัดบรรจุ เป็น 13 โรงคัดบรรจุในปี 2569 ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความพร้อมด้านปริมาณสินค้าสู่ตลาดโลก ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลไม้เศรษฐกิจประเภทอื่นปีละอย่างน้อย 2 ชนิด ขณะเดียวกันยังมุ่งเน้นการจัดการห่วงโซ่อุปทานเชิงลึก โดยส่งทีมส่งเสริมด้านการเกษตรเข้าตรวจสอบตามมาตรฐาน พร้อมให้คำปรึกษา ณ แหล่งปลูกและโรงคัดบรรจุโดยตรง เพื่อรับประกันความสดใหม่และสุกพร้อมทานจนถึงมือผู้บริโภค

นอกจากนี้ NTF ยังพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไร ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีเครื่องคัดแยกอัตโนมัติอีก 4 เครื่อง รวมกับของเดิมเป็น 5 เครื่อง และการนำนวัตกรรม CT Scan มาใช้ตรวจสอบสัดส่วนเนื้อต่อลูกอย่างแม่นยำซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับราคาขายให้โดดเด่น

“แผนงาน Jump+ จะเสริมความแข็งแกร่งให้องค์กรในสองมิติหลัก คือการเติบโตของรายได้และการเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน เรามั่นใจว่าการลงทุนในนวัตกรรมและการขยายฐานผลิตอย่างเป็นระบบ จะผลักดันให้รายได้รวมทะยานจาก 4,064 ล้านบาทในปี 2569 สู่เป้าหมาย 10,400 ล้านบาทในปี 2571 เป็นการสร้างผลกำไรสุทธิที่มั่นคงตามเป้าหมายที่วางไว้” นายวิชัย กล่าวสรุป