HoonSmart.com>> บล.บียอนด์ (BYD) อัด 374.56 ล้านบ. ซื้อบล.คิงส์ฟอร์ด (KFS) จาก “คิงฟอร์ด โฮลดิ้งส์” ส่งผลให้เป็นบริษัทย่อยถือหุ้น 90% ดันมาร์เก็ตแชร์ผงาดขึ้นอันดับ 5

นาย ชัยพัชร์ นาคมณฑนาคุ้ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ (BYD) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติเห็นชอบเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เรื่องการซื้อหุ้นสามัญเดิม (ซื้อหุ้น) บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คิงฟอร์ด (KFS ) โดยซื้อจาก บริษัทคิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ (KFH) และการซื้อหุ้นเพิ่มทุนออกใหม่ของ KFS ดังรายละเอียด
1. BYD จะซื้อหุ้นเดิม KFS จำนวน 850.50 ล้านหุ้น หรือ 90% ราคาหุ้นละ 0.04404 บาท รวมเป็นมูลค่า 37.46 ล้านบ. จากคิงฟอร์ด โฮลดิ้งส์ ส่งผลให้ KFS มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ BYD
สำหรับ บล.คิงฟอร์ด เป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้ค้าหลักทรัพย์ การให้บริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ การจัดจ าหน่ายหลักทรัพย์ รวมถึงธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน การให้บริการซื้อขายตราสารหนี้ และการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
2. หลังจาก KFS เป็นบริษัทย่อยแล้ว BYD จะลงทุนเพิ่ม โดยซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ KFS ที่ออกใหม่ตามสัดส่วนการถือหุ้น 90% โดย สัดส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 9 หุ้นใหม่ โดยซื้อหุ้นเพิ่มทุนใหม่ จำนวน 7,654.50 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 0.04404 บาท คิดเป็นเงิน 337.10 ล้านบ.
รวมมูลค่าการลงทุนครั้งนี้ 374.56 ล้านบาท ด้วยเงินสดซึ่งมาจากกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ คาดทำรายการเสร็จภายในไตรมาส 2/2569
ทั้งนี้ ราคาซื้อขายหุ้นสามัญที่กำหนดไว้ในอัตราหุ้นละ 0.04404 บาทดังกล่าว ยังไม่ใช่ราคาซื้อขายสุดท้าย โดยราคา
ซื้อขายสุดท้ายจะต้องมีการปรับ (Price Adjustment) ตามกลไกการปรับราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น รวมถึงการ
ปรับปรุงจากข้อมูลทางการเงินตามงบการเงินประจ าปี 2568 ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของ KFS
และต้องด าเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่มีผลสมบูรณ์ของธุรกรรม (Closing Date)
การซื้อบล.คิงฟอร์ด สร้างความแข็งแกร่งให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้น ตลอดจนส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของบล.ทั้งหมดที่มีอยู่ 35 แห่ง
นอกจากนี้บอร์ดอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ คิงฟอร์ดโฮลดิ้งส์ ในรูปเงินกู้ยืม 30 ล้านบาท โดยมีหุ้นสามัญ
KFS เป็นหลักประกันในสัดส่วนร้อยละ 90 ของจ านวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ KFS มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ
8 ต่อปี ชำระคืนเมื่อทวงถาม
รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ บล.คิงส์ฟอร์ด ซึ่งมิใช่นิติบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ในรูปของเงินให้กู้ยืมด้อยสิทธิ โดยมีกรอบวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี ชำระคืนเมื่อทวงถาม โดยมี KFH ค้ำประกันเงินกู้ยืมทั้งจำนวนพร้อมทั้งนำหุ้นสามัญ KFS เป็นหลักประกันในสัดส่วนร้อยละ 90 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ KFS
ทั้งนี้เงินให้กู้ยืมดังกล่าว จะถูกเก็บไว้ในบัญชี Escrow Account ซึ่งมีอำนาจการเบิกถอนโดยตัวแทนของบริษัทฯ เพื่อใช้
เป็นเงินทุนในการรักษาระดับเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) และอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ให้มี
เสถียรภาพ อันจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ทุกฝ่ายและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจร่วมกันกับบริษัทฯ ต่อไป
บล.ชี้แจงการเข้าซื้อและผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนี้
1) มีมติเข้า ซื้อกิจการ บริษัทหลักทรัพย์คิงส์ฟอร์ด (KingFord: KF) โดย BYD จะเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท KF หลังจากการควบรวมกิจการ ผ่านการเข้าซื้อกิจการ (Take Over) บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์จะเป็นบริษัทของคนไทยที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ครบวงจร และมีส่วนแบ่งการตลาดปรับขึ้นมาอยู่ที่อันดับที่ 5 ของบริษัท (บริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 35 แห่ง, มูลค่าการซื้ิอขายสะสม 1 มกราคม- 22 กุมภาพันธ์ 2569)
2) การควบรวมกิจการครั้งนี้จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่บริษัท และผู้ถือหุ้น โดยธุรกรรมควบรวมนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2
3) BYD จะทำการโอนธุรกิจบางส่วน (PBT) อาทิ พนักงาน, ลูกค้าไปยังบริษัท KF ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ
4) ระหว่างการควบรวมธุรกรรมต่างๆจะยังคงดำเนินการเป็นไปตามปกติ
ไม่ส่งผลกระทบใดใดต่อพนักงานและลูกค้า
5) ขั้นตอนการควบรวม จะเป็นไปตามที่กฎหมายหมายกำหนด ซึ่งบริษัท จะทำการแจ้งรายละเอียดในลำดับต่อไป
